กรการ(นามปากกา) นวนิยาย เรื่องคัมภีร์ล่ามนุษย์หลุดโลก ตอน 4 ชายหนุ่มบรรณารักษ์
ชายหนุ่มบรรณารักษ์
เมื่อวัลล์ลลีกลับเข้าไปในคัมภีร์
ณ แดนเนรมิต เพื่อที่จะไม่ให้ร่างกายเธอจางหายไป
แต่คัมภีร์อมตะอาถรรพ์ก็ยังคงวางอยู่ชั้นหนังสือเช่นเดิม
เช้าวันใหม่
ณ หอสมุดแห่งชาติ
เจ้าหน้าที่กำลังวุ่นวายในการตามหาหญิงสาวเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ที่หายตัวไปโดยไม่ทราบสาเหตุ
มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบสวนพยานในหอสมุดแห่งชาติ แต่ทุกคนก็ไม่รู้เลยว่าหญิงสาวคนนั้นหายไปไหน
ขณะที่กำลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ก็มีชายหนุ่มซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์คนหนึ่งเดินเข้ามา
ตำรวจจึงเรียกชายหนุ่มคนนั้น
“เชิญเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์คนสุดท้ายครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดพร้อมกับก้มหน้าเขียนสำนวนคดี
ชายหนุ่มบรรณารักษ์ที่มีผิวสองสี
ตัวสูงประมาณ 178 เซนติเมตร เชิงมีภูมิฐานความรู้ ก็เดินเข้ามา และมีป้ายชื่อที่แขวนคออยู่ มีตัวอักษรสีดำเขียนว่า
นายธีรวัส ชัยชาญณรงค์ เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ หอสมุดแห่งชาติ จากนั้นชายหนุ่มจึงนั่งลงที่เก้าอี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถามว่า
“คุณเห็นหญิงสาวที่หายตัวไปล่าสุดเวลาไหนครับ” ตำรวจพูดพร้อมกับมองหน้าธีรวัส
ธีรวัสจึงตอบกลับว่า
“ผมเจอเธอล่าสุดตอนเวลา
12 : 00 น. ครับ เพราะไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน”
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถามต่ออีกว่า
“เธอได้บอกหรือระบายความรู้สึกอะไรกับคุณธีรวัสไหมครับ” ตำรวจพูดพร้อมใช้มือจับปากกาจะเขียนสำนวนคดี
“ไม่มีครับ
เธอเป็นคนอารมณ์ดี ผมไม่เคยเห็นเธอมีปัญหาอะไรสักครั้งตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา” ธีรวัสพูดพร้อมกับทำหน้าตาจริงจัง
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์เสร็จแล้วก็กลับไป
ธีรวัสก็สงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เธอจะหายตัวไปแบบไร้ร่องรอยได้อย่างไร
ธีรวัสจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อที่จะโทรหาเพื่อนสนิทที่เป็นตำรวจเจ้าของคดีนี้
“ฮัลโหล !!! ทศพลนายว่างไหม ” ธีรวัสพูดพร้อมกับมือจับโทรศัพท์อยู่ที่หู
“ว่างสิ นายมีอะไร” เสียงคำพูดของทศพลดังออกมาจากโทรศัพท์ของธีรวัส
“เราอยากปรึกษานายเรื่องเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ที่หายตัวไป
” ธีรวัสพูดพร้อมกับทำสีหน้ากังวล
“โอเค ได้ ๆ เราจะไปเจอกันที่ไหนดี”
“ที่เดิม
ร้านกาแฟข้างหอสมุดแล้วกัน” ธีรวัสพูดเสร็จแล้วก็วางสายโทรศัพท์
จากนั้นธีรวัสก็เดินออกไปจากหอสมุดแห่งชาติ
แล้วเดินตรงไปที่ร้านกาแฟเพื่อที่จะไปรอทศพล
เมื่อเขาไปถึงจึงเปิดประตูหน้าร้านเข้าไปนั่ง ในขณะนั้นเสียงหญิงสาวก็ตะโกนเสียงดังออกมาจากในครัว
แล้วเดินมาตรงหน้าของธีรวัสจึงพูดขึ้นว่า
“สวัสดีค่ะ
คุณธีวันนี้รับอะไรดีค่ะ” โบตั๋นพูดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างสดใส
ธีรวัสจึงตอบกลับว่า
“ขอกาแฟมอกค่าแก้วหนึ่งครับ” ธีรวัสพูดพร้อมกับมองหน้าโบตั๋นและยิ้มออกมาอย่างอ่อน
ๆ
“ได้ค่ะคุณธี
รอสักครู่นะคะ” เมื่อโบตั๋นพูดจบก็เดินเข้าไปในครัว
ระหว่างรอทศพล
ธีรวัสจึงหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน แล้วเหลียบไปเห็นข่าวคนหายไปอย่างปริศนา จึงทำให้ธีรวัสยิ่งสงสัยมากขึ้นกว่าเดิมหลายร้อยเท่า ในขณะนั้นชายหนุ่มที่หล่อ
เท่ สมาร์ท เดินเข้ามาในร้านกาแฟ จึงทำให้สาว ๆ ที่อยู่ภายในร้านมองกันอย่างไม่กระพริบตา
ทันใดนั้นธีรวัสจึงพูดขึ้น
“ไอ้พล
มาทางนี้ไปว่านเสน่ห์สาว ๆ อยู่นั่นแหละ” เสียงของธีรวัสดังขึ้นจึงทำให้สาว ๆ หยุดมองทันที
เมื่อทศพลเดินมาถึงที่โต๊ะจึงนั่งลงแล้วพูดขึ้นว่า
“ธี
นายชอบขัดจังหวะตลอดเวลาเลยนะ” ทศพลพูดพร้อมกับทำหน้าตากะล่อนใส่ธีรวัส
“ก็นายชอบว่านแต่เสน่ห์ให้สาว
ๆ หลงใหล พอเขามาติดพัน เบื่อแล้วก็ทิ้งไป ”
“ธี นายก็พูดเกินไป
วันนี้ที่เรียกมาเจอมีเรื่องอะไรว่ะ”
“เรื่องเจ้าหน้าที่ที่หายตัวไป
นายไม่สงสัยหรอว่าอยู่ดี ๆ คนจะหายไปได้อย่างไร และที่พบตามข่าวหนังสือพิมพ์อีก
นายดูนี้สิ” ธีรวัสพูดพร้อมกับโยนหนังสือพิมพ์ให้ทศพลดู
“ตอนนี้ทางตำรวจก็กำลังเร่งหาสาเหตุอยู่
แต่ถือว่าคดีนี้ยากมาก เพราะไม่มีคนรู้เห็นไม่มีพยานใด ๆ ทั้งสิ้น”
เมื่อทศพลพูดจบ
โบตั๋นก็เดินเข้ามาพร้อมกับถือแก้วกาแฟมาด้วย
จากนั้นจึงวางไว้หน้าของธีรวัสแล้วพูดขึ้นว่า
“ได้แล้วค่ะ คุณธี” เธอพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้ธีรวัส
ธีรวัสจึงตอบกลับว่า
“ขอบคุณครับ” ทันใดนั้นทศพลจึงพูดขึ้น
“ผมขอกาแฟใส่หัวใจแก้วหนึ่งครับ” ทศพลพูดพร้อมกับยิ้มอย่างแสร้งแส้ให้กับโบตั๋น
ๆ จึงตอบกลับว่า
“ไม่มีค่ะ
กาแฟใส่หัวใจ ถ้าอยากทานไปร้านอื่น” จากนั้นโบตั๋นจึงเชิดหน้าใส่ทศพล แล้วเดินเข้าไปในครัวทันที
ทศพลจึงพูดขึ้นว่า
“ยัยนี้เป็นเจ้าของร้านยังไงเนี้ย
พูดกับลูกค้าแบบนี้” ทันใดนั้นธีรวัสจึงพูดขึ้น
“ดูนายพูดสิ
ไปแซวโบตั๋นเขาอยู่ได้ นายก็รู้ว่าเธอไม่ชอบผู้ชายที่เจ้าชู้แบบนาย” จากนั้นทศพลก็หัวเราะออกมาอย่างพอใจ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” ทศพลพูดต่ออีกว่า
“ได้แกล้งยัยคนนี้แล้วสนุกดีว่ะ” ทศพลพูดพร้อมกับดูนาฬิกาที่ข้อมือ จากนั้นจึงพูดว่า
“ต้องขอตัวก่อนนะธี
วันนี้มีคดีสำคัญที่ต้องไป ถ้ามีความคืบหน้าคดีหายตัวไปแล้ว จะรีบแจ้งนายให้ทราบโดยเร็ว” เมื่อทศพลพูดจบธีรวัสจึงพูดขึ้นว่า
“ไปทำคดีหรือนัดสาวไว้ว่ะ”
“ไปทำคดี สาวที่ไหนกัน
นายก็พูดไปธี” ทศพลพูดพร้อมกับอมยิ้มไว้ที่เพื่อนรู้ทันตนเอง
“ไปแล้วนะธี
วันหลังค่อยเจอกัน” ทศพลพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปจากร้าน
ธีรวัสก็นั่งต่ออีกสักพักจึงไปจ่ายเงินค่ากาแฟแล้วเดินกลับมาที่หอสมุดแห่งชาติ
ธีรวัสกำลังฟุ้งซ่านกับเรื่องที่เกิดขึ้นจึงเดินเข้าไปตามชั้นวางหนังสือแต่ละแถว
และก็มองดูหนังสือในชั้นไปเรื่อย ๆ
จนถึงแถวสุดท้ายจึงเห็นหนังสือเล่มหนึ่งที่มีลักษณะสีน้ำตาลปนดำ
เขาก็เดินตรงไปแล้วหยิบมาจากชั้นหนังสือมีตัวอักษรเขียนบนหน้าปกว่า “คัมภีร์อมตะอาถรรพ์” ทันใดนั้นก็มีเสียงเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์เรียกธีรวัส
ดังขึ้น
“ธีรวัสมาช่วยกรอกรหัสหนังสือเข้าระบบหน่อย” เสียงดังมาจากโต๊ะด้านหน้า
“ได้ครับ เดี๋ยวผมไป” ธีรวัสพูดพร้อมกับวางคัมภีร์ไว้ในชั้นหนังสือ
แล้วเดินไปโต๊ะด้านหน้า
ในระหว่างที่ธีรวัสกำลังทำงานอยู่นั้น
คัมภีร์อมตะอาถรรพ์ก็ลอยอยู่ในความคิดของเขาตลอดเวลา
เมื่อใกล้ที่จะเลิกงานธีรวัสจึงเดินไปชั้นหนังสืออีกครั้ง แล้วหยิบคัมภีร์อมตะอาถรรพ์มาใส่กระเป๋าของตนโดยที่ไม่ได้เปิดอ่านสักหน้า
เมื่อขับรถมาถึงบ้านธีรวัสจึงถือกระเป๋าเข้าไปในบ้านจากนั้นก็เดินขึ้นบันไดไปบนห้อง
ขณะที่วางกระเป๋าลงมีเสียงหญิงสาววัยชราเรียกธีรวัสดังมาจากข้างล่างว่า
“ธี มากินข้าวนะลูก” เสียงที่ดังขึ้นนั้นคือเสียงของภาวินีซึ่งเป็นแม่ของธีรวัส
ธีรวัสจึงตะโกนลงมาว่า
“ผมอาบน้ำเสร็จแล้วจะลงไปนะครับ”
เมื่อธีรวัสเดินลงมาที่โต๊ะกินข้าวจึงถามแม่ว่า
“วันนี้มีอาหารอะไรบ้างครับ” ธีรวัสพูดพร้อมกับเลื่อนเก้าอี้แล้วนั่งลง
แม่จึงตอบกลับว่า
“มีต้มยำกุ้ง แกงจืด และผัดคะน้าหมูกรอบ
นะลูก ของโปรดของธีทั้งนั้นเลย ” แม่พูดพร้อมกับชี้มือแนะนำอาหาร
ขณะที่รับประทานอาหาร
พ่อของธีรวัสคือสุทินจึงพูดขึ้นว่า
“พรุ่งนี้พ่อกับแม่จะไปทำบุญที่วัด
ธีจะไปด้วยไหม”
ธีจึงตอบกลับว่า
“พรุ่งนี้ผมไม่ว่างครับ
ต้องเข้าหอสมุดแต่เช้า ช่วงนี้กำลังมีแต่เรื่องวุ่น ๆ ครับ”
เมื่อทุกคนรับประทานอาหารเสร็จจึงแยกย้ายกัน
ขณะที่ธีรวัสเดินขึ้นบันไดเขาจึงนึกถึงคัมภีร์ที่ตนหยิบมาจากหอสมุด
พอมาถึงห้องธีรวัสจึงรีบเดินไปที่กระเป๋าและเปิดเอาคัมภีร์ออกมาเพื่อที่จะเปิดอ่าน
ธีรวัสมองดูคัมภีร์อยู่นานเพราะตนไม่เคยเห็นคัมภีร์เล่มนี้มาก่อน
และเกิดความสนใจอยากที่จะศึกษาคัมภีร์เล่มนี้ ธีรวัสกำลังจะเปิดคัมภีรืก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“กริ๊ง….กริ๊ง….กริ๊ง…กริ๊ง…!!!!!!!!”
ธีรวัสจึงวางคัมภีร์ลงไว้ข้างเตียง
แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เห็นชื่อที่ปรากฏอยู่หน้าจอชื่อว่า “ทศพล” จากนั้นธีรวัสจึงรับสายแล้วพูดว่า
“ว่าไงไอ้พล โทรมาดึก
ๆ ดื่น ๆ มีอะไรว่ะ” ธีรวัสพูดพร้อมกับยกโทรศัพท์ไว้ข้างหู
ทศพลตอบกลับว่า
“ภายในหอสมุดมีกล้องวงจรปิดไหมว่ะ” เสียงทศพลดังออกมาจากโทรศัพท์
“มี
แต่ไม่รู้ว่าจะมีครบทั้งบริเวณหอสมุดไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้จะสอบถามเจ้าหน้าที่ให้”
แล้วทศพลจึงพูดขึ้น
“ถ้าได้เรื่องยังไง
พรุ่งนี้ก็โทรบอกด้วยนะ”
“โอเค ได้ ๆ ” จากนั้นธีรวัสจึงวางสายโทรศัพท์
ธีรวัสรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะง่วงนอนและเพลียมาก
จึงเปิดไฟแล้วหลับไป โดยที่ไม่ได้นึกถึงคัมภีร์เล่มนั้นเลย
เมื่อธีรวัสหลับไปแล้ว
เขาจึงฝันเห็นหญิงสาวในร่างเทพธิดาคนหนึ่งซึ่งมายืนอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมทั้งส่งยิ้มให้
แล้วก็เดินจากไปในความมืด ธีรวัสพยายามวิ่งตามแต่หญิงสาวคนนั้นก็หายไป
ธีรวัสสะดุ้งตื่น
แล้วตะโกนออกมาว่า
“อย่าพึ่งไป” ธีรวัสตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงพร้อมทั้งรีบลืมตาขึ้น
แล้วพูดว่า
“เราฝันไปหรอ
ทำไมเหมือนจริงอะไรเช่นนี้” ธีรวัสพูดพร้อมกับทำสีหน้าเคร่งเครียด
แล้วธีรวัสจึงนอนต่อ
เช้าวันรุ่งขึ้นขณะธีรวัสกำลังจะออกไปทำงานจึงมาเล่าความฝันที่ตนฝันเมื่อคืนให้แม่ฟัง
แม่จึงชวนธีรวัสไปทำบุญด้วยแต่ธีรวัสต้องรีบไปทำงานจึงปฏิเสธแม่ไป
พ่อและแม่ได้มาถึงวัดก็เข้าไปในศาลาการเปรียญจนประกอบพิธีทางศาสนาเสร็จ
ทั้งสองจึงนั่งคุยกับหลวงตา ซึ่งพระรูปนี้เป็นพระที่ตั้งชื่อให้กับธีรวัส ขณะที่คุยกัน
หลวงตาจึงพูดขึ้นมาว่า
“โยม
ธีรวัสไม่มากับโยมทั้งสองรึ”
“ไม่เจ้าค่ะหลวงตา
ธีรวัสต้องรีบไปทำงาน” ภาวินีพูดพร้อมกับพนมมือ
หลวงตาจึงพูดขึ้นว่า
“โยมทั้งสองไปบอกธีรวัสให้มาทำบุญบ้างนะ
ช่วงนี้เขากำลังจะมีเคราะห์” หลวงตาพูดพร้อมกับทำหน้านิ่ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ภาวินีและสุทินจึงมองหน้ากันอย่างตกใจ
ภาวินีถามหลวงตาขึ้นว่า
“เคราะห์อะไรหรือหลวงตา”
หลวงตาจึงตอบกลับว่า
“อาตมาไม่รู้หรอก
บอกได้แค่ว่าให้เจ้าธีรวัสมาทำบุญหน่อย”
“ขอรับหลวงตา” สุทินตอบด้วยเสียงที่นิ่ง
เมื่อทั้งสองกลับมาที่บ้านก็รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก
สุทินพ่อของธีรวัสจึงสั่งให้คนรับใช้ที่ชื่อ ป้าเพ็ญ ไปทำความสะอาดห้องให้กับธีรวัส
เมื่อป้าเพ็ญขึ้นไปบนห้องก็เห็นคัมภีร์อมตะอาถรรพ์วางอยู่
รู้สึกสนใจในคัมภีร์เล่มนั้นเป็นอย่างมาก เพราะตนเป็นคนชอบเรื่องอาถรรพ์ ระหว่างที่ทำความสะอาดอยู่จึงไปหยิบคัมภีร์ขึ้นมา
จากนั้นเธอจึงเปิดอ่าน เพียงชั่วพริบตาเท่านั้นเธอก็ถูกดูดเข้าไปในคัมภีร์
สุทินพ่อของธีรวัสจึงได้เรียกหาป้าเพ็ญแต่ไร้เสียงตอบกลับมา
จึงคิดว่าสงสัยเธอจะไปตลาดเพราะใกล้ที่จะค่ำแล้ว
ธีรวัสจึงกลับมาที่บ้านในตอนหัวค่ำ
พ่อกับแม่จึงเล่าเรื่องที่หลวงตาฝากมาบอกให้ธีรวัสไปทำบุญให้ฟัง เมื่อธีรวัสได้ฟังเช่นนั้นจึงรับปากพ่อกับแม่ว่าจะหาเวลาไปทำบุญ
กรการ
๒๓ กันยายน ๒๕๖๐

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น