กรการ(นามปากกา) นวนิยาย เรื่องคัมภีร์ล่ามนุษย์หลุดโลก ตอน 5 เหตุแห่งรัก
เหตุแห่งรัก
เช้าวันรุ่งขึ้นธีรวัสตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะไปทำบุญที่วัดและในวันนี้เขาได้หยิบคัมภีร์ใส่กระเป๋าไปด้วย
เมื่อมาถึงวัดธีรวัสก็เข้าไปหาหลวงตา หลวงตาจึงถามว่า
“เจ้าธีมาคนเดียวรึ
โยมพ่อโยมแม่ล่ะไม่มากับเจ้าหรอ” หลวงตาทักทายธีรวัสด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ไม่ครับหลวงตา
ท่านมีธุระ ผมจึงมาก่อนเพื่อให้ท่านทั้งสองสบายใจครับ” ธีรวัสพูดพร้อมกับพนมมือ
“ธีรวัสเจ้าก็คอยระวังตัวเองหน่อยแล้วกัน
อย่าไปเก็บของที่ไม่ใช่ของเราไว้กับตัว มันจะเป็นภัยต่อตัวเจ้าเอง”
“ครับหลวงตาผมจะคอยระวัง งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับหลวงตา” ธีรวัสพูดเสร็จก็ก้มลงกราบหลวงตาสามครั้งแล้วค่อย
ๆ คลานออกไป
ขณะที่กำลังขับรถมาระหว่างทางธีรวัสก็คิดถึงคำที่หลวงตาพูดว่า
“อย่าเอาของที่ไม่ใช่ของเราไว้กับตัว”
ธีรวัสทำสีหน้าครุ่นคิดอย่างกังวลใจ และของที่หลวงตาว่าคืออะไร
เมื่อธีรวัสมาถึงที่หอสมุดแห่งชาติขณะที่เขาจอดรถเปิดประตูออกมาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องดังขึ้นว่า
“ ช่วยด้วย…ช่วยด้วย…ช่วยฉันด้วย!!!! ” เสียงดังมาจากทางต้นไทรใหญ่
ธีรวัสจึงรีบวิ่งไป
จากนั้นธีรวัสก็เห็นผู้หญิงกำลังถูกชิงทรัพย์อยู่
คนร้ายกับหญิงสาวกระชากกระเป๋ากันไปมาอย่างดุเดือด
ธีรวัสจึงวิ่งเข้าไปทันทีแล้วตะโกนออกไปว่า
“หยุดนะ !!!! ไอ้โจรใจทรามมาหากินกับผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้” ธีรวัสพูดพร้อมกับกระโดดถีบไอ้โจรกระเด็นไปกระแทกกับต้นไทรใหญ่
แล้วโจรก็รีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ธีรวัสจึงรีบมาดูหญิงสาวและถามว่า
“คุณเป็นอะไรไหมครับ” ธีรวัสพูดพร้อมกับประคองหญิงสาวขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะ
เจ็บนิดหน่อย” หญิงสาวผู้นั้นตอบกลับ
ธีรวัสจึงประคองเธอไปนั่งที่โต๊ะหน้าหอสมุดแล้วถามหญิงสาวว่า
“คุณชื่ออะไรครับ
มาทำอะไรที่นี้” ธีรวัสพูดขณะที่วางหญิงสาวให้นั่งลงเก้าอี้
“ฉันชื่อวัลล์ลลีค่ะ ” วัลล์ลลีตอบพร้อมกับมองหน้าของธีรวัส
“ส่วนผมชื่อธีรวัสหรือเรียกสั้น
ๆ ว่าธีก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” ธีรวัสพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้กับวัลล์ลลี
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้
ไม่งั้นฉันก็คงแย่แน่ ๆ” วัลล์ลลีพูดพร้อมกับยิ้มอ่อน
ๆ ออกมาอย่างจริงใจ
แล้วธีรวัสจึงถามวัลล์ลลีว่า
“คุณวัลล์จะไปไหนหรอครับ”
“ฉันมาที่หอสมุดแห่งชาติค่ะ
มาหาหนังสือไปอ่านอ่ะค่ะ”
เมื่อวัลล์ลลีพูดจบธีรวัสจึงมองนาฬิกาและนึกขึ้นได้ว่าจะถึงเวลาทำงานแล้ว
จึงมองหากระเป๋าของตนเองว่าอยู่ไหน ทันใดนั้นธีรวัสจึงมองไปทางต้นไทรใหญ่
และเห็นกระเป๋าวางอยู่พร้อมทั้งคัมภีร์อมตะอาถรรพ์ที่หล่นออกมาจากกระเป๋าตอนสู้กับคนร้าย ในขณะนั้นวัลล์ลลีก็มองไปเห็นคัมภีร์เธอจึงทำสีหน้าตกใจอย่างมาก
และคิดในใจว่า
“คัมภีร์มาอยู่กับนายคนนี้ได้อย่างไร” ขณะที่วัลล์ลลีกำลังคิดธีรวัสก็เดินไปเก็บกระเป๋าและคัมภีร์
แล้วรีบขอตัวเข้าไปทำงาน
วัลล์ลลีได้แต่มองตามหลังแล้วคิดขึ้นอีกว่า
“แสดงว่าตอนเรากลับเข้าไปในคัมภีร์จากนั้นคัมภีร์ก็ไปอยู่กับนายคนนี้หรอ
ว่าแล้วทำไมตอนออกมาเมื่อคืนรู้สึกแปลก ๆ ชอบกล ต่อไปเราจะหลอกล่อมนุษย์ให้มาอ่านคัมภีร์ยังไง” ขณะที่วัลล์ลลีคิดเธอจึงสะดุ้งตื่นเพราะเสียงของโบตั๋นที่เรียกเธอ
“วัลล์ วัลล์ลลี” โบตั๋นตะโกนอย่างสุดเสียงแล้ววิ่งเข้ามาหาวัลล์ลลี
วัลล์ลลีขณะที่สะดุ้งตื่นก็รีบหันไปมองโบตั๋นทันใด
แล้วเรียกโบตั๋น
“อ้าว!!!! โบตั๋น” วัลล์ลลีพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน
โบตั๋นจึงรีบวิ่งมาจับมือวัลล์ลลีด้วยความดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้ง
โบตั๋นชวนวัลล์ลลีไปที่ร้านกาแฟ ในระหว่างที่กำลังเดินไปวัลล์ลลีจึงล้มลงเพราะเธอขาแพงขณะที่แย่งกระเป๋ากับคนร้าย
โบตั๋นหันมาประคองวัลล์ลลีอย่างรวดเร็ว แล้วพูดขึ้นว่า
“วัลล์เป็นอะไร
เจ็บมากไหม” โบตั๋นพูดพร้อมกับทำสีหน้ากังวัลและเป็นห่วงอย่างมาก
วัลล์ลลีไม่ทันได้ตอบโบตั๋นจึงรีบพยุงเธอไปที่ร้าน
เมื่อถึงที่ร้านวัลล์ลลีได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้โบตั๋นฟัง
โบตั๋นโมโหจะพาวัลล์ลลีไปแจ้งตำรวจแต่วัลล์ลลีไม่รู้ว่าตำรวจคืออะไร
จึงถามโบตั๋นด้วยความสงสัยว่า
“ตำรวจคือใครหรอโบตั๋น” ขณะที่เธอพูดเธอจึงนึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ใช่มนุษย์
วัลล์ลลีจึงรีบตัดบทไปว่า
“ฉันไม่เป็นไร”
โบตั๋นจึงพูดขึ้น
“ไม่เป็นไรเธอยังเจ็บขนาดนี้ เธอจะให้ไอ้โจรชั่วคนนั้นฆ่าเธอก่อนหรอ” โบตั๋นพูดพร้อมกับทำสีหน้าเคร่งเครียดมาก
ด้วยความเป็นห่วงของโบตั๋นจึงทำให้วัลล์ลลีรู้สึกได้ว่าโบตั๋นคือเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
เมื่อโบตั๋นใจเย็นลงจึงไปหาอาหารว่างมาให้วัลล์ลลี แล้ววัลล์ลลีเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อย
ทันใดนั้นจึงมีชายหนุ่มสองคนเดินเข้าในร้านกาแฟ
มุ่งตรงมาที่โต๊ะที่วัลล์ลลีกำลังหลับอยู่ และมีชายหนุ่มผู้หนึ่งเอามือไปสะกิดที่แขนข้างขวาของวัลล์ลลี
เธอจึงลืมตาขึ้นเห็นชายหนุ่มผู้นั้นคือคนที่ช่วยเหลือเธอที่หน้าต้นไทรใหญ่นั่นเอง
วัลล์ลลีจึงทักทาย
“คุณธี” วัลล์ลลีพูดขณะสลึมสลือ
“คุณเป็นไงบ้างครับ” ธีรวัสมีสีหน้าที่เป็นห่วง แล้วมีเสียงชายอีกผู้หนึ่งแทรกขึ้นมา
ชายผู้นั้นคือทศพล
“ใครว่ะธี ทำไมสวยจัง” ทศพลพูดพร้อมกับมองหน้าธี
วัลล์ลลีก็ยังไม่ทันตอบคำถามของธีรวัส
ก็มีเสียงโบตั๋นดังขึ้น
“นายมาอีกแล้วหรอ
มาแล้วก็ว่านเสน่ห์สาวเลยนะ นี่วัลล์เพื่อนฉันนายห้ามยุ่ง” โบตั๋นพูดพร้อมกับเดินมาที่โต๊ะนั้น
โบตั๋นจึงบอกกับวัลล์ว่า
“วัลล์เธออย่าไปยุ่งกับนายคนนี้นะ
เขาคือตัวอันตราย”โบตั๋นพูดพร้อมกับเบะปากใส่แล้วมองบน
“เธอพูดแบบนั้นไม่ได้นะ
ยัยแว่น ฉันก็เสียคะแนนสิ” ทศพลตอกกลับโบตั๋น
ธีรวัสจึงห้ามทั้งสองคนให้หยุดทะเลาะกัน
“หยุด !!! ทะเลาะกันได้แล้วสองคนนี้เจอหน้ากันครั้งใดกัดกันอย่างกับ……..”
“กับอะไรว่ะธี
นายพูดดีๆนะ ยัยแว่นหาเรื่องฉันก่อน” พลพูดพร้อมกับมองหน้าธี
“เปล่า ๆ
ไม่มีอะไรช่างมันเถอะ” ธีพูดขึ้น
หลังจากนั้นพลและโบตั๋นจึงหยุดทะเลาะกันวัลล์ได้แต่มองไม่กล้าพูดอะไรออกไปสักคำและทำหน้างงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วธีก็หันถามเธอด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง
“คุณวัลล์โอเคยังครับ
หายเจ็บยัง และยังตกใจอยู่ไหม” ธีมีสีหน้าที่เป็นห่วงเป็นใยมากจนทำให้วัลล์ได้แต่มองหน้าเขาแล้วเธอเริ่มมีความรู้สึกดีกับชายคนนี้มากขึ้น
แล้ววัลล์จึงตอบกลับไปว่า
“โอเคแล้วค่ะ” วัลล์พูดพร้อมกับอมยิ้มและทั้งสองจึงมองหน้ากัน
ซึ่งทั้งสี่คนก็ได้นั่งอยู่ในโต๊ะเดียว
พูดคุยกันอย่างสนุกสนานโบตั๋นกับพลก็พูดไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไร
ธีและวัลล์ได้คอยห้ามอยู่เสมอ
จากนั้นธีได้ชวนวัลล์และโบตั๋นไปทำบุญที่วัดพร้อมทั้งไปเที่ยวตลาดน้ำสี่ภาคในวันหยุดยาวอีกสามวันข้างหน้า
เมื่อวัลล์ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์จนลืมการล่ามนุษย์ไปเลย
เธอจึงตอบตกลงที่จะไป จากนั้นโบตั๋นจึงพูดขึ้น
“คุณธีค่ะแล้วนายหื่นกามคนนี้จะไปด้วยไหมค่ะ” โบตั๋นพูดพร้อมกับมองหน้าพลอย่างขยะแขยง
พลจึงพูดขึ้นทันที
“ไปสิ
ก็คุณวัลล์ไปผมจะพลาดได้ไง ” พลยิ้มหวานว่านเสน่ห์ให้กับวัลล์ลลี ธีจึงแสดงอาการหวงวัลล์ลลีอย่างออกนอกหน้าด้วยการเอาตัวไปเบิ่งหน้าของพลไว้
ไม่ให้พลส่งสายตาไปให้วัลล์ลลี แล้วธีจึงพูดขึ้นว่า
“อีกสามวันเราเจอกันที่ร้านกาแฟของโบตั๋นนะครับ”
แล้วพลจึงแสดงตัวที่จะไปรับวัลล์ลลี
แต่วัลล์ลลีปฏิเสธจนทำให้พลเสียหน้า โบตั๋นก็ทำสีหน้าเยาะเย้ยพลอย่างสะใจ
เหตุที่วัลล์ลลีปฏิเสธพลเพราะว่าเธออยู่ที่ต้นไทรใหญ่หน้าหอสมุดและจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเธอไม่ใช่มนุษย์
สามวันผ่านไปเมื่อมาถึงวันหยุดทุกคนมาพร้อมกันที่ร้านกาแฟโบตั๋นและนั่งรถของธีไปคันเดียวพร้อมทั้งธีเป็นคนขับพลก็นั่งหน้าของธี
ส่วนสองสาววัลล์และโบตั๋นนั่งข้างหลัง
ทั้งสี่คนเริ่มมีความสนิทสนมกันมากขึ้นโดยเฉพาะธีและวัลล์จะรู้สึกได้ว่ามีอะไรพิเศษขึ้นกว่าคนที่รู้จักกันปกติ
พอมาถึงวัดวัลล์ก็รู้สึกกังวลใจแปลก
ๆ เพราะเธอไม่เคยได้มาสักครั้ง แต่พอธีเห็นสีหน้าของวัลล์จึงถามเธอว่า
“คุณวัลล์เป็นอะไรหรือเปล่าครับ สีหน้าคุณเป็นกังวลมาก” ธีพูดพร้อมกับจับมือของวัลล์
วัลล์จึงมองหน้าธีแล้วตั้งสติ
จากนั้นธีจึงจับมือวัลล์เข้าไปในศาลา
เธอจึงรู้สึกได้ว่าเหมือนได้รับพลังอะไรสักอย่างจากธีแล้วทำให้เธอสบายใจมากขึ้น
เมื่อประกอบพิธีทางศาสนาเสร็จทั้งสี่คนจึงมุ่งไปที่ตลาดน้ำสี่ภาค
วัลล์เดินลงจากรถแล้วมองไปที่รอบ ๆ
บริเวณตลาด เธอรู้สึกตื่นเต้นมาก ธีได้มาจับมือเธอแล้วเดินไปรับประทานอาหารที่อร่อย
ๆ แต่มักจะมีมารพจรที่มักจะขัดขวางอยู่เสมอคือ พล
“ธี นายจับมือวัลล์แบบนี้ไม่ได้นะ ต้องเป็นฉันสิ ฉันเป็นตำรวจปกป้องเธอได้” พลพูดพร้อมกับเดินแทรกตรงกลางระหว่างธีและวัลล์
ทันใดนั้นโบตั๋นก็เดินมาบิดหูของพลแล้วลากเขาออกมาพร้อมทั้งต่อว่าพล
“นายนั้นล่ะควรอยู่ห่างๆ เพื่อนของฉัน ไอ้หื่นกาม” โบตั๋นจึงทะเลาะกันไปมากับพลจนลืมเห็นว่า
ธีและวัลล์หายไปทางไหนแล้วก็ไม่รู้
ธีและวัลล์มีความสุขมากกับการเที่ยวด้วยกันในครั้งนี้
จึงทำให้ทั้งสองมีความรู้สึกที่ดีให้แก่กัน
และในระหว่างช่วงเดือนนี้วัลล์และธีจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอจนทำให้วัลล์ลืมการล่ามนุษย์ให้กับพราหมณ์โฆษกะไปเลย
กรการ
๒๙ กันยายน ๒๕๖๐

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น