กรการ(นามปากกา) นวนิยาย เรื่องคัมภีร์ล่ามนุษย์หลุดโลก ตอน 11 ทำลาย
ทำลาย
ธีรวัสเมื่อถูกอสูรจับตัวมาที่ลานกว้างมัดแขวนไว้บนไม้ตะเคียน
อสูรนำตัวธีรวัสมาตั้งแต่หัวค่ำ จนทำให้ธีรวัสหลับไปขณะแขวนอยู่บนไม้ตะเคียน
พราหมณ์โฆษกะจะทำพิธีดูดพลังธีรวัสให้ตนเป็นอมตะ
โดยให้มนุษย์ทั้งหมดที่เป็นบริวารมาอยู่รวมกันและล้อมรอบธีรวัสไว้
ส่วนวัลล์ลลีเผลอหลับในต้นไทรจนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับธีรวัส
และวิหคก็โดนอสูรจับไปมัดไว้ เพราะกลัวว่าวิหคจะไปบอกกับวัลล์ลลี
เมื่อใกล้จะถึงเวลาเที่ยงคืนธีรวัสยังคงหลับอยู่
พราหมณ์โฆษกะจึงบอกกับอสูรให้เขาไปปลุกธีรวัส
“อสูรเอาน้ำไปสาดให้ไอ้มนุษย์ผู้นั้นตื่นบัดนี้” พราหมณ์ยื่นขันน้ำมนต์ให้กับอสูร
“ได้ขอรับพระอาจารย์” อสูรรับขันน้ำมนต์แล้วรีบวิ่งไปที่ธีรวัสโดนมัดอยู่
ทันใดนั้นจึงสาดน้ำเข้าไปที่หน้าของธีรวัสอย่างแรงจนเขาสะดุ้งตื่น
ธีรวัสตื่นขึ้นมาด้วยความงงงวยพร้อมทั้งพูดออกมาว่า
“เฮ้ย !! ใครเอาน้ำมาสาดข้านิ” ธีรวัสมองไปเจออสูรยืนอยู่ข้าง ๆ
“ข้าเองมีไรว่ะ ไอ้มนุษย์” อสูรใช้น้ำเสียงขู่ธีรวัส
“ปลุกกันดี ๆ ก็ได้นิ ทำไมต้องใช้น้ำสาดด้วย” ธีรวัสโมโห
พราหมณ์จึงพูดขึ้น
“ข้าให้อสูรทำเอง เจ้ามีปัญหาอะไร”
ธีรวัสจึงเงียบแล้วสังเกตไปรอบ ๆ
บริเวณเห็นกลุ่มคนเป็นจำนวนหลายร้อยคนจนเขาตกใจ พวกเขาเป็นใครกัน
ธีรวัสจึงถามพราหมณ์โฆษกะ
“กลุ่มคนพวกนี้คือใคร ทำไมมีมากมายขนาดนี้” ธีรวัสถามด้วยความสงสัย
“พวกมันเป็นบริวารของข้า ที่ข้าดูดพลังชีวิตมันไง”
“แสดงว่าคนพวกนี้คือมนุษย์ที่ถูกดูดเข้ามาในคัมภีร์ทั้งหมด” ธีรวัสอึ้งไปชั่วขณะและคิดในใจว่า
คงจะเป็นคนที่หายตัวไปอย่างไรร่องรอยตามข่าวแน่นอน
จากนั้นธีรวัสจึงหันไปเห็นเจ้าหน้าบรรณารักษ์ที่หายตัวมา
เขาจึงเรียก
“พี่พร พี่พร ได้ยินธีไหม” หญิงสาวผู้นั้นเหมอลอยและไม่ได้ยินที่ธีรวัสเรียก
ธีรวัสจึงหันไปอีกเจอป้าที่เป็นคนรับใช้ในบ้านยืนอยู่
เขายิ่งตกใจมากขึ้น เพราะป้าคนนี้ก็หายตัวไปเช่นเดียวกัน
แล้วธีรวัสจึงกวาดสายตาไปรอบ ๆ อีกครั้ง แต่ไม่เห็นวัลล์ลลี เขาจึงพูดขึ้น
“วัลล์หายไปไหน ทำไมวัลลืไม่อยู่ที่นี้ นายทำอะไรวัลล์
ไอ้พราหมณ์แก่ชั่วช้าสารเลว แกไม่กลัวบาปจะลงโทษแกหรือไง
ที่ทำร้ายคนบริสุทธิ์หลายร้อยชีวิต”
“แกหยุดพูดไอ้มนุษย์จะตายอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก” พราหมณ์โฆษกะชี้หน้าธีรวัส
“เอาสิจะฆ่าก็ฆ่า ข้าทำอะไรได้ซะที่ไหน
ขออย่างเดียวอย่าทำร้ายวัลล์ก็พอ”
พราหมณ์โฆษกะเงียบไปพร้อมทั้งดูดวงจันทร์ตอนนี้เวลาจะถึงเที่ยงคืน
ใกล้จะเริ่มพิธีได้แล้ว
ณ โลกมนุษย์
พ่อและแม่ของธีกำลังนั่งสมาธิอยู่กับหลวงตา
จากนั้นลมก็พัดมาอย่างแรงจนทำให้เทียนดับลง
พ่อและแม่ธีรวัสตกใจจึงลืมตาขึ้นพร้อมทั้งรู้สึกว่าใจไม่ดี กระวนกระวายใจที่สุด
หลวงตาจึงพูดขึ้นเพื่อเตือนสติ
“สุทิน ภาวินี
เจ้าทั้งสองหลับตาลงแล้วตั้งใจอธิษฐานทำสมาธิใหม่” ทั้งสองได้ยินเช่นนั้นจึงมองหน้ากันแล้วหลับตาลง
“เจ้าทั้งสองจงระลึกถึงลูกให้มากที่สุด
ถ้าเขากำลังจะตกอยู่ในอันตราย เจ้าทั้งสองจะช่วยลูกได้” หลวงตาพูดขึ้นอีก
“เจ้าธีเป็นผู้มีบุญมาก ศัตรูจะแพ้ภัยไปเอง”
พ่อแม่ธีตั้งมั่นในการทำสมาธิและระลึกถึงลูกเสมอ
พร้อมภาวนาให้ลูกของตนปลอดภัย
ณ แดนเนรมิต
คนนับร้อยคลุกเข่าและก้มหน้าลงตามคำสั่งของพราหมณ์โฆษกะ
เสียงเงียบงัดปานกับป่าช้า จุดกึ่งกลางจะเป็นธีรวัสที่โดนมัดกับไม้ตะเคียน
ส่วนด้านหน้าอาศรมจะเป็นพราหมณ์โฆษกะนั่งอยู่และอสูรยืนอยู่ใต้แท่นของพราหมณโฆษกะ แต่พิธียังมิทันเริ่ม
มีเสียงอยู่เพียงแต่ในกรงขังที่วิหคโดนอสูรมัดไว้ที่ต้นไม้ที่แห้งตาย
วิหคพยายามบินและขยับให้ตนหลุดออกจากเชือกแต่ทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ มันจึงใช้ปากแหลม
ๆ ของมันจิกและกัดไปยังเชือกอยู่นานพอสมควร เชือกจึงขาดออกจากขาดมัน
วิหคเมื่อหลุดพ้นจากเชือกแล้วก็รีบบินไปยังลานกว้างที่ทำพิธีของพราหมณ์โฆษกะ
แต่ไม่ให้อสูรเห็น เมื่อมองไปปรากฏว่าไม่มีวัลล์ลลีอยู่ ณ ตรงนั้น
วิหคจึงรีบบินมาที่ต้นไทรทันที
พอมาถึงต้นไทรก็ไม่เห็นเธอ
จึงลองเรียกวัลล์ลลี
“วัลล์ วัลล์ อยู่ในนั้นไหม” วิหคตะโกนเรียกอยู่หลายครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมาเลย
วิหคจึงคิดหาวิธีที่จะให้วัลล์ลลีได้ยิน
ด้วยการใช้ปากจิกลงไปยังต้นไทรให้เกิดเสียง
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
ทันใดนั้นวัลล์ลลีจึงลืมตาขึ้นเพราะได้ยินเสียงเหมือนใครเคาะประตู
เธอจึงตะโกนออกมาว่า
“นั้นเสียงอะไรนะ” เสียงดังออกมาจากต้นไทร
วิหครู้สึกดีใจมากที่วัลล์ลลีตื่นแล้ว
จึงตะโกนกลับไปว่า
“วัลล์ออกมาเดี๋ยวนี้เกิดเรื่องแล้ว”
“เรื่องอะไรพี่วิหค”
“ออกมาก่อน”
เมื่อลัลล์ลลีออกมาจึงมองไปที่กรงขังแต่กับไม่เห็นธีรวัสอยู่
ณ ตรงนั้น จึงถามวิหคว่า
“คุณธีไปไหนพี่วิหค” วิหคยังไม่ทันได้ตอบทำเพียงแต่ชี้ไปทางลานกว้างหน้าอาศรม
ทันใดนั้นวัลล์ลลีก็วิ่งไปแบบไม่คิดชีวิต
เมื่อวิ่งไปถึง กับต้องอึ้งกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตนเอง
ณ เวลาเที่ยงคืน
พราหมณ์เริ่มทำพิธีซึ่งกำลังท่องคาถาอยู่ วัลล์ลลีจึงวิ่งผ่ากลุ่มมนุษย์หลายร้อยคนไปด้วยความยากลำบาก
ทันใดนั้นพราหมณ์โฆษกะกำลังใช้มือทั้งสองข้างยืนออกมาเพื่อที่จะดูดพลังของธีรวัส
วัลล์ลลีจึงวิ่งเข้าไปกั้นแสงที่พราหมณ์โฆษณะปล่อยออกมาจนทำให้เธอพุ่งออกไปด้านข้างของธีรวัสแล้วล้มลง
เลือดไหลออกมาจากหู ตา ปาก จมูก
เมื่อแสงนั้นไปกระทบกับตัวของวัลล์ลลีจึงทำให้สะท้อนกลับมายังพราหมณ์โฆษกะ
พราหมณ์โฆษกะยังไม่ทันได้ตั้งตัวแสงนั้นก็พุ่งใส่อย่างแรงจนทำให้ร่างกระเด็นไปกระทบกับอาศรมแล้วตกลงมาอยู่กับพื้นตายอยู่กับที่ทันที
เหตุที่แสงสะท้อนกลับมายังพราหมณ์โฆษกะ
เพราะว่าในตัวของวัลล์ลลีก็มีพลังเช่นกัน ถึงแม้จะเป็นการดูพลังมนุษย์
แต่เมื่อพิธีถูกทำลาย สิ่งนั้นก็จะย้อนกับมาทำร้ายตนเอง จึงทำให้พราหมณ์โฆษณะตายลงในที่สุด
ส่วนวัลล์ลลียังคงรู้สติอยู่
ธีรวัสจึงรีบดึงตัวเองให้หลุดจากไม้ตะเคียนที่ถูกมัดไว้
เมื่อออกมาได้จึงรีบวิ่งไปหาวัลล์ลลีทันที
ธีรวัสพยุงตัวเธอวางไว้บนตักแล้วพูดว่า
“วัลล์ลลีคุณทำแบบนี้ทำไม คุณปล่อยให้ผมตายก็ได้” ธีรวัสร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
“ฉัน ฉัน ฉันปล่อยให้คุณตายไม่ได้
ชีวิตคุณยังมีคนรอคุณอยู่” วัลล์ลลีพูดด้วยน้ำเสียงที่ติดขัด
“ถ้าไม่มีคุณแล้วผมจะอยู่ยังไง” ธีรวัสโอบอ้อมวัลล์ลลีพร้อมกับร้องไห้อย่างหนัก
“ถ้าคุณคิดถึงฉันให้คุณไปหาฉันที่ต้นไทรนะ
ฉันอยู่ที่นั้น”
“ต้นไทรไหน คุณ คุณ ตอบผมสิ” ธีรวัสขยับตัววัลล์ลลี
เมื่อสิ้นเสียงธีรวัสวัลล์ลลีจึงหลับตาลงอย่างสงบ
ธีรวัสจึงตะโกนออกมาว่า
“วัลล์ลลีผมรักคุณ” ธีรวัสตะโกนอย่างสุดเสียงพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นฟ้า
เหมือนกับคนที่กำลังจะขาดใจตาย
ทันใดนั้นร่างของวัลล์ลลีจึงเริ่มจางหาย
แล้วลอยเข้าไปในคัมภีร์อมตะอาถรรพ์ดังเดิม พร้อมทั้งร่างขอพราหมณ์โฆษกะ อสูร
และวิหค ก็ถูกดูดเข้าไปในคัมภีร์เช่นกัน
กรการ
๐๙ ตุลาคม ๒๕๖๐

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น