กรการ(นามปากกา) นวนิยาย เรื่องคัมภีร์ล่ามนุษย์หลุดโลก ตอน 12 หลุดพ้น


หลุดพ้น
คัมภีร์อมตะอาถรรพ์ได้วางอยู่ ณ แท่นทำพิธีของพราหมณ์โฆษกะ ธีรวัสจึงเดินไป ขณะที่กำลังเดินไปมนุษย์หลายร้อยชีวิตก็ร่องรอยหายไปยังโลกมนุษย์ตามลำดับที่ตนถูกดูดเข้ามาในคัมภีร์
และเหลือเพียงธีรวัสคนสุดท้าย เขาจึงมาหยิบคัมภีร์เข้ามากอดจากนั้นร่างของเขาก็จางหายไปยังโลกมนุษย์ ณ แดนเนรมิตแห่งนี้ถูกดูดเข้าไปในคัมภีร์
ธีรวัสตื่นขึ้นมาจากบนเตียงพร้อมกับคัมภีร์ที่วางอยู่บนหน้าอก จากนั้นจึงอาบน้ำแต่ตัวแล้วเดินลงไปด้านล่าง ร้องเรียกหาพ่อและแม่ แต่ไม่มีใครอยู่ จึงมีคนรับใช้วิ่งมาแล้วบอกว่าคุณทินและคุณนีไปวัดได้หลายวันแล้วยังไม่กลับเลย
ธีรวัสจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาพ่อ
พ่อครับ พ่อกับแม่ไปทำอะไรอยู่ที่วัดหลายวันครับ
เมื่อสุทินได้ยินเสียงลูกชายจึงดีใจมาก และเรียกภรรยาของตนว่าลูกโทรมา ผู้เป็นแม่ได้ยินเช่นนั้นจึงดีใจมาก
ธีรออยู่บ้านอย่าไปไหนนะลูกพ่อกับแม่จะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้
ครับแม่ ธีรวัสรู้สึกงงกับคำพูดของแม่ เหมือนกับไม่ได้เจอกันหลายวัน
ก่อนที่สุทินและภาวินีจะของกลับมาบ้านเพื่อมาหาลูก หลวงตาจึงหมอบสร้อยพระให้ แล้วนำไปให้ธีรวัสสวมใส่ไว้ตลอดเวลา จะได้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
แม่ธีหลังออกมาจากวัดจึงรีบโทรหาพลทันที
พล ธีติดต่อมาหาแม่แล้วนะ ไปเจอกันที่บ้านนะลูก
ครับแม่ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย เสียงพลดังออกมาจากโทรศัพท์ แม่ธีจึงวางสายไป
คุณขับรถเร็ว ๆ หน่อยฉันเป็นห่วงลูกใจจะขาดแล้ว
คุณนีครับใจเย็น ๆ ลูกเราปลอดภัยแล้ว
เมื่อมาถึงประตูหน้าบ้านแม่ธีรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่จะได้เจอลูก พอลงจากรถภาวินีจึงรีบวิ่งไปกอดธีรวัสทันที จึงทำให้ธีตกใจถามแม่ว่า
แม่ทำไมกอดผมแน่นจังเลยครับ ธีกำลังโดนแม่สวมกอดอย่างแน่น
ลูกอย่าหายไปไหนอีกนะ พ่อกับแม่ใจจะขาด แม่ธีพูดพร้อมทั้งกับร้องไห้
ผมไม่ได้ไปไหนครับ ผมก็อยู่บ้านเรา
ภาวินีมองหน้าลูกชายและสังเกตเห็นตามร่างกายก็ปกติทุกอย่างพร้อมทั้งก็ไม่ได้รับความบาดเจ็บ
สุทินจึงเดินมาหาลูกแล้วนำพระมาสวมที่คอให้ แล้วบอกกับธีรวัสว่า
ลูกห้ามถอดพระเส้นนี้เป็นอันขาด ตลอดชีวิตของลูก
ครับผม ธีรวัสงงกับการกระทำขอพ่อและแม่
เนื่องจากธีจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลยจึงเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทันใดนั้น ป้าคนรับใช้ของบ้านที่ถูกดูดเข้าไปในคัมภีร์อีกคนจึงเดินมาแล้วพูดว่า คุณทินกับคุณนีจะรับอะไรไหมค่ะ
ภาวินีจึงตกใจแล้วพูดขึ้นว่า
เธอหายไปไหนมาเป็นเดือน ๆ ทำไมไปไหนแจ้งก่อน ป้าคนรับใช้งงกับสิ่งที่ภาวินีพูด
เธอจึงคิดในใจว่า ฉันไปไหนฉันก็อยู่ที่นี้ไม่ใช่หรอ
แต่เธอก็ไม่ได้ตอบกลับทำเพียงแต่พยักหน้า เพราะภาวินีเมื่อโกรธอาจจะหักเงินเดือนเธอได้
เสียงรถยนต์เหยียบแบกจากหน้าบ้านอย่างแรง จนธีรวัสตกใจใครขับรถเร็วขนาดนั้น  เมื่อถึงประตูขาที่ก้าวลงมาจากรถแล้วรีบวิ่งมานั้นคือทศพลเพื่อนของตน พร้อมทั้งโบตั๋นเดินตามหลังมา
ทศพลจึงรีบวิ่งมากอดธีรวัสแล้วพูดว่า
นายเป็นไงบ้าง
สบายดี ข้าไม่ได้เป็นอะไรนิ ไอ้พลแกนี้ถามแปลกว่ะ พลและโบตั๋นมองหน้ากันอย่างสงสัย
ธี หญิงสาวเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ญาติเข้าได้โทรมายังสถานีตำรวจเพื่อแจ้งว่าพบตัวเธอแล้ว และคนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลายร้อยคนก็หาเจอทุกคนแล้ว
จริงหรอว่ะ ธีรวัสมีสีหน้าที่ดีใจมาก
โบตั๋นจึงได้ถามธีรวัสขึ้นว่า
คุณธีค่ะ เห็นวัลลืไหมค่ะ จากนั้นธีรวัสจึงนึกได้ว่าเธอมาพักอยู่ที่นี้
ธีรวัสยังไม่ทันตอบคำถามโบตั๋นจึงรีบวิ่งไปในห้องรับแขกที่วัลล์ลลีพักอยู่ พอเปิดเข้าไปก็ไม่มีใคร เห็นแต่เตียงนอนที่ว่างเปล่าเท่านั้น
ธีรวัสเดินลงมาจากบันไดด้วยหน้าตาที่เศร้าสร้อยไม่ยิ้มแย้มแม้แต่น้อย จึงพูดกับโบตั๋นว่า
โบตั๋น วัลล์เขาหายไปจากผมอีกแล้ว
วัลล์เขาอาจจะกลับไปแล้วก็ได้ค่ะ คุณธีอย่าพึ่งคิดมาก โบตั๋นปลอบใจธีรวัส
แต่ผมก็จะตามหาเธอให้จนเจอไม่ว่าจะนานแค่ไหนผมก็จะรอวัลล์ ธีรวัสฮึดสู้อีกครั้ง
แม่ธีจึงชวนทุกคนรับประทานอาหารร่วมกัน ขณะที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ จึงมีข่าวด่วนทางโทรทัศน์ดังขึ้น
ณ ตอนนี้ บุคคลที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยหลายร้อยชีวิตได้กับมาแล้ว และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามทุกคนจะตอบตรงกันว่าไม่ได้หายไปไหน และที่สำคัญจะจำได้แค่เพียงเวลาล่าสุดที่ตอนหายไปเพียงเท่านั้น เรื่องราวนี้ช่างน่าประหลาดเหลือเกินและยังเป็นปริศนาต่อไปค่ะ
เมื่อเสียงข่าวจบลงไปทุกคนมองไปที่ธีรวัส ซึ่งกำลังเหม่อลอย เพราะเป็นห่วงวัลล์ลลี ทศพลจึงเรียก
ไอ้พล นายได้ยินข่าวเมื่อกี้ไหม
ข่าวอะไรว่ะ ไม่ได้ยิน
ก็ข่าวคนหายอย่างปริศนาที่นายกำลังตามอยู่ไง
อ้าวหรอ ! ทุกคนกลับมาแต่ทำไหมวัลล์หายไป ธีรวัสวางช้อนแล้วเธอขึ้นไปชั้นบนบ้าน เมื่อเข้ามาภายในห้องจึงเห็นคัมภีร์วางอยู่ จึงเปิดคัมภีร์เล่มนั้นอ่านจนเผลอหลับไป
ธีรวัสจึงฝันเห็นหญิงสาวเทพธิดาอีกครั้ง แต่รูปร่างหน้าตาของเธอช่างเหมือนกับวัลล์ลลีเหลือเกิน ในฝันหญิงสาวเทพธิดาพูดออกมาว่า
ฉันรอคุณอยู่ที่ต้นไทรนะคะ หญิงสาวเทพธิดาจึงหายไป ธีรวัสพยายามวิ่งตามไปแต่ไม่ถึงเธอสักธี แล้วเรียกหญิงสาวคนนั้นว่า
วัลล์ลลี ทันใดนั้นธีรวัสจึงสะดุ้งตื่นพร้อมทั้งร้องตะโกนออกมา
เช้าวันรุ่งขึ้นธีรวัสจึงได้ออกไปทำงาน ขณะที่ขับรถอยู่จึงนึกถึงความฝันที่ตนฝันเมื่อคืน จากประโยคที่หญิงสาวผู้นั้นพูดขึ้นว่า
ฉันรอคุณอยู่ที่ต้นไทร ธีรวัสคิดว่าคงเป็นลางบอกเหตุอะไรกับเขาสักอย่าง
ธีรวัสจึงรีบขับรถไปยังที่ทำงานอย่างรวดเร็ว พอไปถึงที่จอดรถเขาจึงรีบวิ่งลงจากรถไปยังต้นไทร แล้วเรียกว่า
วัลล์คุณอยู่ไหน คุณออกมาสิ ผมมาแล้ว ธีรวัสนั่งรอวัลล์ก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะมา พอถึงเวลาทำงานเขาจึงเข้าไปในหอสมุดแห่งชาติ
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงธีรวัสก็รีบวิ่งไปที่ร้านกาแฟ เห็นโบตั๋นจึงร้องถามว่า
โบตั๋น วันนี้วัลล์มาที่นี้ไหมครับ โบตั๋นส่ายหัว ธีจึงทำหน้าเศร้ากลับไปยังหอสมุด
พอถึงตอนหลังเลิกงานธีรวัสก็มานั่งรอวัลล์ลลีจนถึงค่ำ ก็ไม่เห็นว่าเธอจะมา เขาจึงกลับไปบ้าน แล้วไปเปิดอ่านคัมภีร์เล่มนั้นตามเคย ขณะหลับไปก็จะฝันเห็นหญิงสาวเทพธิดาคนเดิมทุกครั้งเมื่อธีรวัสเปิดอ่านคัมภีร์
ผ่านมาแรมเดือนธีรวัสก็ทำเช่นเดิมทุก ๆ วัน เพื่อที่จะรอวัลล์ลลีกลับมาหาเขา โบตั๋นและทศพลก็ได้แต่ให้กำลังใจทุกวัน ทั้งสองยืนอยู่ที่ร้านกาแฟและมองมาที่ธีรวัสซึ่งนั่งรอวัลล์ลลีที่หน้าต้นไทรด้วยความสงสาร แต่วัลล์ลลีก็ไม่มีวี่แววที่จะกลับมาเลย เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอยตลอดกาล

                                                                                                   กรการ
                                                                                           ๐๙ ตุลาคม ๒๕๖๐

ความคิดเห็น