กรการ(นามปากกา) นวนิยาย เรื่องคัมภีร์ล่ามนุษย์หลุดโลก ตอน 7 ขัดขวาง
ขัดขวาง
เช้าวันรุ่งขึ้นวัลลีลล์เข้ามาที่หอสมุดแห่งชาติแต่เช้า
เมื่อธีรวัสมาทำงานจึงเห็นเธอนั่งอยู่หน้าหอสมุด
เขารู้สึกดีใจมากที่วันนี้เธอไม่ได้หายไปไหน
ทันใดนั้นธีรวัสจึงรีบเดินตรงไปหาวัลล์ลลีทันทีและทักทายเธอ
“วัลล์วันนี้มาแต่เช้าเลยนะครับ” ธีรวัสยิ้มกว้างแสดงความดีใจอย่างมากที่ได้เจอหน้าเธอ
“ฉันก็มาหาคุณไง เดี๋ยวคุณก็ว่าฉันหายไปอีก” วัลล์ยิ้มเสแสร้งใส่ธี
“คุณประชดผมหรือเปล่าครับ” ธีทำหน้าบึงใส่วัลล์
“เปล่าค่ะ ฉันตั้งใจมาหาคุณจริง ๆ
เดี๋ยวจะไปรอคุณที่ร้านกาแฟโบตั๋นนะคะ คุณว่างจากการทำงานเมื่อไรค่อยไปหาฉันที่นั้น” วัลล์พูดพร้อมทั้งชี้ไปที่ร้านกาแฟ
“ครับผม งั้นผมขอไปทำงานก่อนนะครับ” ทั้งสองจึงส่งยิ้มให้กัน
ขณะที่ทั้งสองคนแยกกันไปคนละทาง
วัลล์ลลีก็เดินตรงไปร้านกาแฟโบตั๋นอย่างช้า ๆ พร้อมทั้งคิดว่าตนจะทำอย่างไรให้ได้คัมภีร์ไปไว้
ณ ที่ชั้นหนังสือดังเดิม ระหว่างที่เธอคิดอยู่ โบตั๋นจึงเรียกเธอ
“วัลล์ วัลล์ วัลล์ลลี” โบตั๋นยืนเรียกอยู่บริเวณหน้าร้าน
วัลล์ลลีไม่ได้ยินที่โบตั๋นเรียกแม้แต่น้อย
เธอก็เดินคิดไปเรื่อย จนโบตั๋นวิ่งมาหาเธอแล้วสะกิดแขนวัลล์
วัลล์สะดุ้งตื่น
เมื่อเจอโบตั๋นยืนอยู่ข้างหน้า เธอจึงตะโกนออกไปว่า
“โบตั๋นมาทำไมไม่ให้ซุ้มให้เสียงฉันเลย” วัลล์ทำคิ้วขมวด
“ฉันเรียกเธอแล้ววัลล์ แต่เธอไม่ได้ยิน เธอกำลังคิดอะไรอยู่ทำไมเคร่งเครียดขนาดนั้น
” โบตั๋นพูดพร้อมทั้งจับมือวัลล์
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร” วัลล์ตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“แน่ใจนะ ไม่ได้ทะเลาะกับคุณธีนะ” โบตั๋นพูดพร้อมทั้งส่องสายตาจ้องไปที่หน้าวัลล์
“ไม่มี เรื่องนี้ยิ่งไม่มีเลย ” วัลล์พูดเสร็จดึงมือโบตั๋นเข้าร้านกาแฟ
เมื่อเข้ามาที่ร้านกาแฟโบตั๋นจึงขอตัวไปรับออเดอร์กับลูกค้าก่อน
จึงให้วัลล์นั่งอยู่ที่โต๊ะคนเดียว เธอจึงพยายามคิดว่าจะทำวิธีใดจึงจะได้คัมภีร์ และเธอคิดว่ามีวิธีเดียวเท่านั้นคือ
การขโมยโดยที่ไม่ให้ธีจับได้เป็นอันขาด
ระหว่างที่วัลล์นั่งเล่นอยู่ที่ร้านกาแฟจนถึงพักเที่ยง
ธีเข้ามาหาวัลล์ เธอทั้งสองจึงนั่งคุยกันจนโบตั๋นอดที่จะแซวไม่ได้
“อิจฉาจังเลย” โบตั๋นใช้น้ำเสียงสูงและยิ้มให้กับทั้งสอง
ธีและวัลล์ได้แต่ยิ้มแล้วมองหน้ากันอย่างเขินอาย
แล้วธีจึงพูดขึ้นว่า
“คุณวัลล์เย็นนี้ว่างไหมครับ
ผมจะชวนไปทานข้าวที่บ้าน”
เมื่อวัลล์ได้ยินเช่นนั้นก็คิดในใจว่าโอกาสนี้แหละที่จะขโมยคัมภีร์ออกมา
เธอจึงรีบตอบไปว่า
“ว่างค่ะคุณธี” วัลล์ยิ้มอย่างมีเลศนัย
ธีรู้สึกดีใจมากที่วัลล์ตอบตกลงเพราะธีอยากที่จะพาวัลล์ไปแนะนำให้พ่อแม่ได้รู้จักเธอ
เนื่องจากธีได้พูดให้พ่อกับแม่ฟังบ้างแล้ว ท่านทั้งสองจึงอยากที่จะรู้จักเธอ
วัลล์ตั้งหน้าตั้งตารอให้ธีเลิกงานเร็ว
ๆ โดยที่เธอก็นั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟไม่ไปไหนทั้งวัน แต่ยังดีที่เธอมีเพื่อนที่ชอบคุยและอัธยาศัยดีอย่างโบตั๋นจึงทำให้ทั้งวันนั้นของเธอไม่น่าเบื่อเลย
พร้อมทั้งวัลล์ก็เป็นลูกมือของโบตั๋นในการช่วยรับออเดอร์และเสิร์ฟกาแฟ
เมื่อถึงเวลาเลิกงานธีจึงรีบมารับวัลล์ที่ร้านกาแฟ ขณะที่ธีเข้ามาในร้าน
โบตั๋นจึงพูดขึ้น
“วัลล์ใครมาเอ่ย ????” เมื่อโบตั๋นพูดวัลล์รีบหันไปขณะเสิร์ฟกาแฟให้กับลูกค้าบนโต๊ะ
“วันนี้คุณธีทำงานเสร็จเร็วจังค่ะ” วัลล์มองไปที่ธีขณะยืนอยู่หน้าร้าน
“วันนี้คนในหอสมุดไม่เยอะครับ จึงให้เจ้าหน้าบรรณารักษ์คนอื่นดูแล”
“รีบมารับแฟนจนถึงขนาดอู้งานเลยหรอค่ะคุณธี” โบตั๋นพูดขึ้นมา
“เปล่าครับ โบตั๋นก็พูดเกินไป ” ธีรู้สึกอายที่โบตั๋นรู้ทัน
“พอแล้ววัลล์เธอไปกับคุณธีเถอะ
ช่วยงานฉันมาทั้งวันแล้ว” โบตั๋นรีบร้องบอกวัลล์
“จ้า วันหลังว่าง ๆ ฉันจะมาช่วยเธออีกนะโบตั๋น”
วัลล์พูดขณะเดินมาหาโบตั๋นแล้วส่งยิ้มให้
“ได้เลยเพื่อนเลิฟ” โบตั๋นแสดงความดีใจมากจนลูกค้าหันมองหน้าเธอ
“ไปได้เลยค่ะคุณธี ฝากดูแลเพื่อนโบตั๋นด้วยนะคะ” โบตั๋นพูดตามหลังทั้งสองคน
“ครับจะดูแลเท่าชีวิตผมเลยครับคุณโบตั๋น” วัลล์ใช้มือขวามาตีที่ไหล่ของธีแล้วพูดว่า
“อายลูกค้าหน่อยค่ะคุณธี”
“อายทำไมก็ผมรักแฟนของผมนิครับ” ธีพูดพร้อมทั้งใช้มือโอบหลังของวัลล์แล้วเดินไปที่รถ
ในระว่างนั่งรถไปธีก็พูดว่าพ่อกับแม่เขาเป็นคนใจดี ท่านทั้งสองชอบไปทำบุญเป็นประจำ
ผมจึงติดเป็นนิสัยชอบทำบุญเหมือนท่าน เมื่อวัลล์กำลังฟังธีพูดอยู่เธอจึงหันไปที่เบาะด้านหลัง
เห็นคัมภีร์วางอยู่จึงพยายามคิดว่าจะขโมยคัมภีร์ตอนไหน
ทันใดนั้นธีจึงขอแวะซื้อของก่อนที่ซุปเปอร์มาเก็ตทางเข้าหมู่บ้าน
เมื่อธีจอดรถจึงชวนวัลล์ออกไปด้วย
วัลล์จึงเดินตามหลังไปได้สักพัก จึงขอธีเอาของมาไว้ที่รถก่อน เพราะเธอจะรีบมาหยิบเอาคัมภีร์ใส่กระเป๋าไว้
วัลล์รีบเดินตรงมาที่รถแล้วเปิดกระโปรงหลังรถเอาของไว้
จากนั้นเธอก็เดินมาที่ประตูเบาะหลังเปิดประตูออก มองไปที่คัมภีร์อย่างไม่ลังเล เธอกำลังจะใช้มือไปหยิบ
เสียงของธีจึงตะโกนมาทางด้านหลังว่า
“คุณวัลล์ครับ” วัลล์สะดุ้งตื่นจึงรีบหันไปแล้วพูดว่า
“คุณธีมาเร็วจังเลยค่ะ” สีหน้าของวัลล์ซีดอย่างเห็นได้ชัด
“คุณแม่โทรมาตามครับ และผมก็ซื้อของครบแล้ว” ธีถือของเต็มทั้งสองมือ
ธีเก็บของไว้หลังรถเรียบร้อยแล้วจึงขึ้นรถแล้วมองเห็นมือของวัลล์กำลังสั่นอยู่
จึงถามขึ้นว่า
“วัลล์เป็นอะไรทำไมมือสั่น” ธีจับมือวัลล์
“สงสัยจะหิวข้าวค่ะ ” วัลล์พูดตะกุกตะกัก
“คุณช่วยงานโบตั๋นจนลืมกินข้าวใช่ไหมครับ”
“ค่ะ” วัลล์พูดพร้อมทั้งก้มหน้า
เมื่อมาถึงบ้านคนรับใช้จึงรีบมาเปิดประตูบ้านและวิ่งตามมาจนธีจอดรถ
และช่วยธีถือของที่ซื้อมาจากหลังรถไปจนหมด ธีและวัลล์จึงลงมาจากรถ
จากนั้นธีจึงไปเปิดประตูเบาะหลังแล้วหยิบคัมภีร์ออกมายืนให้กับคนรับใช้อีกคน
แล้วบอกคนรับใช้ว่า
“เอาไปไว้ในห้องฉันนะ” วัลล์ได้ยินเช่นนั้นจึงรีบหันไปมอง
คนรับใช้จึงรีบวิ่งไปห้องธีที่อยู่ข้างบน
วัลล์ทำได้แต่มองตามอย่าเสียดายเพียงเท่านั้น
เพราะเธอรู้ว่าการเอาคัมภีร์กลับมาคงยากกว่าเดิมแน่นอน เธอจึงถอนหายใจ
“เฮ้อ !!!!!” แล้วเดินตามหลังธีไปข้างในบ้าน
ธีเมื่อเห็นพ่อก็ไม่รีรอรีบแนะนำตัววัลล์ให้พ่อรู้จักโดยเร็ว
“พ่อสวัสดีครับ นี่วัลล์แฟนคนที่ผมเล่าให้พ่อฟังครับ” ธีมองหน้าพ่อ
พ่อธีจึงมองมาที่วัลล์แล้วพูดขึ้น
“ตัวจริงสวยเหมือนที่พูดไว้เลยนะธี” พ่อดูด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
วัลล์จึงรีบพูดขึ้นหลังที่พ่อธีพูดเสร็จ
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ” วัลล์ยิ้มอ่อน ๆ
พร้อมทั้งมองหน้าพ่อธีอย่างจริงใจ
“ตามสบายเลยนะลูก” พ่อธีพูดขึ้นอีก จากนั้นธีจึงถามพ่อ
“แล้วแม่ไปไหนครับ มายังไม่เห็นเลย” ธีพูดพร้อมทั้งมองซ้ายมองขวา
“แม่อยู่ในครัวโน้น !!!” พ่อชี้มือไปทางครัว
ธีจึงพาวัลล์ไปในครัวเพื่อที่จะแนะนำให้แม่รู้จักเธอ
เมื่อไปถึงในครัว แม่ที่ทำลังทำกับข้าวอยู่จึงพูดออกมาว่า
“มาแล้วหรอไอ้ลูกชายตัวดี พาสาวที่ไหนมาล่ะ”
เมื่อธีได้ยินเช่นนั้นจึงรีบวิ่งไปกอดข้างหลังแม่
“มาแล้วครับ คุณแม่ทำอาหารอะไรครับ” ธีกอดหลังแม่อยู่
“ปากหวานเชียวนะวันนี้” แม่พูดพร้อมทั้งตักปลาใส่จาน
“แม่ครับ นี่วัลล์แฟนผม” ธีสะกิดแม่
วัลล์จึงรีบยกมือไหว้แล้วพูดขึ้นว่า
“สวัสดีค่ะคุณแม่”
“ใครแม่เธอ” แม่ธีพูดขึ้น
“คุณแม่ครับ” ธีมองหน้าแม่
“ไปรอที่โต๊ะอาหารเลยลูกแม่ทำอาหารเสร็จแล้ว
เดี๋ยวให้คนรับใช้เอาอาหารไปที่โต๊ะ”
ธีปล่อยมือจากหลังแม่ แล้วพาวัลล์เดินมาที่โต๊ะอาหาร จึงบอกกับวัลล์ว่า
“คุณอย่าถือสาแม่ผมนะครับแกเป็นคนหวงลูกชายนะครับ
แต่แกเป็นคนใจดีแค่ปากร้ายเฉย ๆ”
“ค่ะคุณธี” วัลล์มองหน้าธี
เมื่อทุกคนมานั่งพร้อมกันที่โต๊ะอาหาร วัลล์ก็รู้สึกเกร็งเล็กน้อย
เนื่องจากคำพูดของแม่ธี ขณะกำลังรับประทานอาหารอยู่ส่วนมากจะเป็นพ่อของธีที่จะถามวัลล์
เพื่อให้เธอนั้นผ่อนคลายลง
แม่ของธีจากที่นั่งเงียบมาสักพักจึงถามวัลล์ด้วยสีหน้าที่ไม่ยิ้มแย้ม
“เธอเป็นที่ไหนล่ะ” แม่ธีพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
วัลล์ยังไม่ทันได้ตอบก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา
“กริ๊ง….กริ๊ง….กริ๊ง” เป็นเสียงโทรศัพท์บ้าน
คนรับใช้จึงรีบวิ่งไปรับ
จากนั้นวัลล์ก็ยังคงอ้ำ ๆ อึง ๆ อยู่ไม่รู้จะตอบไปว่าอย่างไร เพราะเธอไม่ใช่มนุษย์
ทันใดนั้นเธอจึงนึกขึ้นได้ว่าเคยบอกธีว่าไปเยี่ยมญาติต่างจังหวัด
และเธอได้หันไปเห็นนาฬิกาเขียนว่าจังหวัดขอนแก่น
เธอจึงรวบรวมสติแล้วตอบไปว่า
“บ้านอยู่ขอนแก่นค่ะ
แต่ส่วนใหญ่มาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ” แม่ธีจ้องมาที่วัลล์อย่างกับจะควักไส้เธอออกมา
ธีจึงรีบตัดบทไปว่า
“เรากินข้าวกันดีกว่าครับทุกคน” สีหน้าวัลล์เริ่มคลายกังวลลง แล้วพ่อธีก็พูดเสริมต่อ
“ใช่ ๆ เรากินข้าวกันก่อนแล้วค่อยถามกันอีกทีเนอะ”
พ่อธีส่งยิ้มให้กับวัลล์
วัลล์จึงยิ้มตอบกลับอย่างสบายใจ
“เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะพ่อลูกคู่นี้”
แม่ธีบ่นออกมาลอย ๆ
ธีและพ่อจึงส่งยิ้มให้กันด้วยความสะใจเล็กน้อย
เวลาล่วงเลยผ่านมาจนถึงสามทุ่มฝนตกลงมาอย่างหนัก
ลมพายุพัดสายฝนต้นไม้ใบหญ้าปลิวไสวไปมาปานจะถูกถอนรากถอนโค่น
ขณะที่ธีและวัลล์นั่งคุยกันอยู่ที่ศาลริมน้ำหลังบ้าน
ธีจึงรีบจับมือวัลล์แล้วพาวิ่งเข้าไปในบ้าน
จนร่างกายของทั้งสองเปียกชุ่มไปด้วยละอองฝนที่วิ่งฟ่ามา
พ่อธีจึงเดินมาเห็นพอดี
แล้วบอกทั้งสองว่า
“ธีพาวัลล์ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนเดี๋ยวไม่สบาย
ฝนตกแรงขนาดนี้คงกลับไม่ได้หรอก หนูวัลล์นอนที่นี้แล้วกันนะ”
“แม่จะไปว่าหรอครับพ่อ” ธีรีบพูดขึ้น
“เดี๋ยวพ่อจะจัดการแม่แกเอง ไป ๆ
พาหนูวัลล์ไปอาบน้ำ พ่อจะให้คนเขาจัดห้องไว้ให้”
ธีจึงพาวัลล์ขึ้นไปที่ห้องเพื่อที่จะให้เธออาบน้ำ
เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปสิ่งแรกที่วัลล์มองเห็น คือ คัมภีร์ การนอนบ้านธีครั้งนี้คงไม่เสียเปล่า
วัลล์พยายามทำทุกทางเพื่อจะเอาคัมภีร์กลับมา
วัลล์อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย
ธีจึงเข้าไปอาบต่อเมื่อได้โอกาสวัลล์กำลังจะหยิบคัมภีร์ ก็มีเสียงประตูดังขึ้น
“ก๊อก….ก๊อก….ก๊อก” เสียงประตูดังอย่างแรง
วัลล์ละสายตาจากคัมภีร์ไปที่หน้าประตู
เธอเดินไปที่หน้าประตูแล้วเปิดออกที่ละน้อย
ๆ ทันใดนั้นจึงเห็นแม่ของธียืนอยู่ วัลล์ยังไม่ทันได้ถามแม่ธีจึงพูดขึ้นว่า
“เธอมานอนนี้เป็นสำหรับห้องรับแขก
ฉันให้คนไปเตรียมไว้แล้ว” แม่ธีพูดพร้อมทั้งชี้นิ้วไปที่ห้องฝั่งตรงข้ามห้องของธี
“ค่ะคุณแม่” วัลล์จึงเดินออกจากประตูห้องธีไปห้องฝั่งตรงข้ามทันที
เมื่อวัลล์เข้าไปในห้องแม่ธีก็เดินจากไป
เธอนั่งลงเตียงพร้อมทั้งกับครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดีกับคัมภีร์อมตะอาถรรพ์ เธอคิดได้สักพักเสียงประตูหน้าห้องเธอจึงดังขึ้น
“ก๊อก….ก๊อก….ก๊อก”
“คุณวัลล์นอนยังครับ” เสียงธีดังมาจากหน้าประตู
“ยังค่ะ” วัลล์ลงขึ้นจากเตียงเดินมาที่หน้าประตู
เธอจึงมองไปที่มือของธี
แล้วเห็นคัมภีร์อยู่ในมือ เธอจึงรีบถามว่า
“คุณธีนั้นหนังสืออะไรค่ะ” วัลล์ชี้ไปที่มือของธี
“เป็นคัมภีร์ครับ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร
ผมยังไม่ได้เปิดอ่านเลย กะว่าจะอ่านวันนี้ครับ ผมนอนไม่หลับ” ทันทีที่ธีพูดจบวัลล์จึงรีบพูดขึ้นว่า
“คุณธีอย่าพึ่งอ่านเลยค่ะ
วันนี้คุณควรพักผ่อนนะคะ โดยละอองฝนมาเดี๋ยวไม่สบาย”วัลล์มีสีหน้ากังวลอย่างมาก
“ผมยังไม่อ่านก็ได้ครับ
แต่ที่ผมมานี้คือผมอยากจะมาบอกฝันดีคุณครับ” วัลล์เขินจนลืมว่าคัมภีร์อยู่ในมือธี
“ไปนอน มันดึกแล้ว ฝันดีค่ะ” วัลล์ผลักธีไปที่ประตูหน้าห้องธี
ธีจึงเปิดประตูแล้วหันมาส่งยิ้มพร้อมทั้งโบกมือให้กับวัลล์
เมื่อวัลล์ปิดประตูก็รู้สึกใจไม่ค่อยดีที่ได้ยินคำพูดของธีที่ว่า จะอ่านวันนี้
ทันใดนั้นเธอจึงรีบวิ่งออกมาเปิดประตูหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งไปที่หน้าห้องธี พอดีว่าธียังไม่ล็อคประตู
เธอจึงเปิดเข้าไปแล้วกำลังจะพูดออกไปว่า
“อย่าเปิด” เสียงถูกกักไว้ที่ลำคอ
เธอยังไม่เปล่งเสียงออกมาด้วยซ้ำแต่ภาพที่อยู่ตรงหน้าของเธอคือธีเปิดคัมภีร์เล่มนั้นและถูกดูดเข้าไปทันที
ใจของวัลล์แทบจะสลายไปในชั่วพริบตา
สิ่งที่เธอไม่อย่าให้เกิดก็เกิดขึ้น เธอพยายามขัดขวางทุกวิธีทางแต่ก็ไม่สำเร็จ จนทำให้ร่างกายเธอทรุดลงกับพื้นพร้อมทั้งน้ำตาที่ค่อย
ๆ รินไหลลงมานองหน้าด้วยความเจ็บปวด
กรการ
๐๗ ตุลาคม ๒๕๖๐

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น