กรการ(นามปากกา) นวนิยาย เรื่องคัมภีร์ล่ามนุษย์หลุดโลก ตอน 8 ฉันขอโทษ
ฉันขอโทษ
วัลล์ลลีจึงตัดสินใจที่จะกลับเข้ามาก่อนวันเพ็ญขึ้น
15 ค่ำ
เพราะเธอจะปล่อยให้ชายหนุ่มที่เธอรักจบชีวิตแบบนี้ไม่ได้ เธอต้องช่วยเขา วัลล์ลลีจึงเปิดคัมภีร์ที่อยู่บนเตียงของธี
จากนั้นเธอจึงถูกดูดเข้ามาทันที
ณ แดนเนรมิต
วิหคเห็นวัลล์ลลีปรากฏตัว ณ
ต้นไทร จึงตกใจแล้วรีบบินมาหายเธอ แล้วรีบถามแบบไม่รีรอว่า
“วัลล์เข้ามาได้ยังไง วันเพ็ญขึ้นสิบห้าค่ำอีกสิบห้าวันไม่ใช่หรอ”
“พี่วิหคเห็นชายหนุ่มที่ถูกดูดเข้ามาไหม” วัลล์ลลีตอบไม่ตรงคำถามของวิหค
“ชายหนุ่มคนไหน ?????” วิหคคิดแล้วจึงพูดขึ้นอีกว่า
“อ๋อ !!!! พี่เห็นแต่คนเมื่อกี้ที่อสูรคุมตัวไปที่กรงขัง” วิหคชี้ไปที่กรงขังมนุษย์
วัลล์ลลีไม่พูดอะไรต่อทั้งสิ้นแล้วรีบวิ่งไปวิหคได้แต่มองหลังและทำท่างงงวย
เมื่อวัลล์ลลีวิ่งที่ถึงที่กรงขังมนุษย์จึงเห็นธีรวัสกำลังนั่งกอดเข่าอยู่
เธอจึงหยุดชะงักเลยค่อย ๆ เดินเข้าไปแล้วเรียกธีรวัส
“คุณธี คุณเป็นยังไงบ้าง” วัลล์ลลีจับกรงขังแล้วทรุดตัวลง
ธีได้แต่ทำหน้าอึ้งกลับภาพที่เห็นตรงหน้า
ผู้หญิงที่อยู่นอกกรงขังหน้าตาเหมือนแฟนเขา จากนั้นธีจึงใช้สายตาเลื่อนมองดูร่างกายของเธอแต่ภาพที่เห็นคือหญิงสาวในร่างเทพธิดาแสนสวยราวกับนางฟ้าที่ตกลงมาจากสรวงสรรค์
ธีจึงได้พูดขึ้นว่า
“คุณเป็นใครทำไมหน้าหน้าเหมือนกันกับวัลล์แฟนของผมอย่างกับแกะ” ธีจ้องหน้าวัลล์อย่างครุ่นคิด
ทันใดนั้นวิหคถึงได้ตะโกนมาว่า
“วัลล์ลลีอยู่ไหน วัลล์ยังไม่ได้ตอบคำถามพี่เลย” วิหคบินมาจับที่กรงขัง
เมื่อธีได้ยินเช่นนั้นจึงรีบมองไปที่หน้าวัลล์แล้วคิดไปพร้อมกับเสียงที่ได้ยิน
จึงพูดขึ้นว่า
“มันคือเรื่องอะไรกันแน่ ผมอยู่ที่ไหน
แล้วทำไมคุณมีหน้าตาและชื่อเหมือนกับแฟนผม” ธีพูดพร้อมทั้งเดินถอยหลังจนไปชนกรงขังอีกข้างหนึ่ง
ทันใดนั้นวัลล์ลลีก็น้ำตาไหลออกมาปานกับสายน้ำที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงชัน
เพราะเธอไม่รู้ว่าจะอธิบายให้ธีฟังอย่างไร แล้วธีจะเชื่อกับสิ่งที่เธอพูดหรือไม่
“ธีคุณฟังฉันดี ๆ นะ ฉันไม่ใช่มนุษย์ฉันคือเทพธิดา
ณ แดนเนรมิตแห่งนี้” วัลล์ลลีพูดพร้อมทั้งจับกรงขังจนแน่น
“ไม่จริงใช่ไหมวัลล์ ไม่จริงใช่ไหม” ธีตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง
วิหคไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันหมายความว่าอะไรและ
วัลล์กับชายหนุ่มผู้นี้รู้จักกันได้อย่างไร
ในขณะนั้นอสูรกำลังที่จะเดินมาที่กรงขังมนุษย์
จึงหยุดเดินเพราะได้ยินเสียงวัลล์ลลีพูดขึ้นว่า
“คุณธีใจเย็น ๆ นะคะ ฟังฉันก่อน ”เสียงดังมาจากกรงขัง
อสูรจึงตัดสินใจไม่เดินเข้าไปแล้วยืนแอบฟังอยู่บริเวณต้นไทร
เพราะอสูรก็สงสัยเช่นกันว่าทำไมวัลล์ลลีจึงรู้จักกับชายหนุ่มผู้นี้
“วัลล์คุณโกหกผม ผมฝันไปใช่ไหม” ธีพูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอนที่จุกอยู่ในอก
“คุณธี ฉันขอโทษ” ธีจึงตอบกลับมาทันใด
“ที่ผ่านมาคุณหลอกลวงและโกหกผมมาตลอด และในทุก ๆ
เรื่อง ผมไม่น่าไปหลงรักผู้หญิงแบบคุณเลย”
วัลลีลลีสะอื้นอึกอึก แล้วพูดว่า
“ใช่ นอกนั้นฉันโกหกคุณทุกอย่าง
แต่มีเรื่องเดียวที่ฉันไม่เคยโกหกคุณ”
“วัลล์คุณหยุดพูดผมไม่อยากได้ยินมันอีกแล้ว
เพราะทุกคำที่คุณพูดมาคือคำโกหกทั้งนั้น” ธีเอามือทั้งสองข้าปิดหูแล้วส่ายหัวไปมา
“คุณธีฟังฉันก่อน” วัลล์ร้องไห้ออกมาอย่างไม่สนใจใคร
“หยุดพูด หยุด!!!!” วัลล์จึงพูดสวนขึ้นทันทีว่า
“ฉันรักคุณ ฉันไม่เคยโกหกคุณ ฉันรักคุณจริง ๆ” วัลล์ก้มลงกับพื้นปานจะขาดใจ
ธีรวัสจึงอึ้งไปชั่วขณะและเริ่มมีอารมณ์ที่เย็นลงพร้อมทั้งยอมฟังเหตุผลของวัลล์ลลี
“วัลล์ผมขอโทษ คุณเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผมฟังได้ไหม
” ธีรวัสมีสีหน้าที่ห่วงใยวัลล์ลลีอย่างมาก
“ฉันถูกพระอาจารย์ซึ่งเป็นพราหมณ์สร้างขึ้นมาจากคัมภีร์อมตะอาถรรพ์เล่มที่คุณเปิดอ่านเมื่อคืน” ธีตั้งใจฟัง
“พระอาจารย์ใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการไปล่าคนบนโลกมนุษย์เพื่อที่จะให้ท่านเป็นอมตะ”
“ฉันเลือกทางเดินชีวิตไม่ได้ ฉันต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น” ธีจึงขยับเข้ามาใกล้วัลล์
ธีรวัสสวมกอดวัลล์อย่างแน่นและให้ความอบอุ่นแกเธออีกครั้ง
แล้วธีจึงปลอมใจเธอว่า
“ผมเข้าในแล้ว ผมไม่โกรธ ผมให้อภัยคุณครับ” วัลล์ยิ่งกอดธีแน่นมากกว่าเดิม
กรงขังไม่สามารถเป็นอุปสรรคต่อความรักของทั้งสองได้เลย
อสูรที่แอบฟังอยู่ต้นไทรเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงเกิดอารมณ์หึงหวงและโมโหขึ้นมาทันที
แล้วพูดขึ้นว่า
“ชายหนุ่มผู้นี้มันเป็นใครบังอาจมารักน้องวัลล์ลลีของข้า” แต่อสูรยังคงควบคุมสติได้อยู่
จากนั้นเสียงของกิ่งไม้ก็หัก
“แก๊ะ” เสียงดังมาจากทางต้นไทร
“เสียงอะไรพี่วิหค” วัลล์หันไปมองวิหค
“พี่จะไปดูให้” วิหคจึงบินไปที่ต้นไทร
เมื่อวิหคบินไปที่ต้นไทรแล้วจึงตะโกนมาบอกกับวัลล์ว่า
ไม่มีใคร สงสัยจะเป็นกิ่งไม้ที่ตกลงมา
วัลล์ลลีจึงสบายใจเพราะกลัวว่าจะมีคนเห็นแล้วเอาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปบอกแก่พราหมณ์โฆษกะ
พราหมณ์โฆษกะนั่งทำสมาธิอยู่ในอาศรมของตนโดยไม่ทราบเลยว่าข้างนอกมีอะไรเกิดขึ้น
พราหมณ์โฆษกะจึงเรียกอสูรเข้ามา ทันใดนั้นอสูรก็ยืนอยู่หน้าอาศรมพอดี
และอสูรก็กำลังตัดสินใจอยู่ว่าเรื่องที่ตนเห็นและรับรู้มาจะไปบอกแก่พราหมณ์โฆษกะหรือไม่
“อสูรเจ้าอยู่ข้างนอกไหม มาหาข้าหน่อยสิ” เสียงดังออกมาจากอาศรม
“อยู่ขอรับพระอาจารย์” อสูรเดินเข้าในอาศรม
เมื่ออสูรเดินเข้ามาในอาศรม
พราหมณ์โฆษกะจึงถามขึ้นว่า
“ข้างนอกมีอะไรผิดปกติหรือไม่ และมนุษย์ที่ถูกดูดเข้ามาเจ้าเอาไปไว้ไหน
”
“เอาไว้ในกรงขังขอรับพระอาจารย์”
“เจ้าจงไปเอาตัวมันมาให้ในเวลาเที่ยงคืนของวันนี้
ข้าจะทำพิธีดูดพลัง”
“ขอรับพระอาจารย์” อสูรขณะตอบคำถามพราหมณ์โฆษกะพร้อมทั้งคิดว่าจะบอกเรื่องราวแก่พราหมณ์โฆษกะหรือไม่
ถ้าบอกไปน้องวัลล์ลลีก็ต้องโดนลงโทษ
แต่ถ้าบอกเกี่ยวกับชายผู้นั้น เราก็จะหมดเสี้ยนแหลมหัวใจทันที
พระอาจารย์ต้องฆ่าชายผู้นั้นแน่นอน
เมื่อไตร่ตรองเรียบร้อยแล้ว
อสูรจึงบอกกับพราหมณ์โฆษกะว่า
“พระอาจารย์ขอรับ กระผมมีเรื่องอะไรจะบอก” อสูรทำสีหน้ากระวนกระวาย
“มีอะไรเจ้าอสูรบอกข้ามา”
“พระอาจารย์ตามกระผมมาขอรับ”
“จะให้ข้าไปไหน ข้ากำลังทำสมาธิอยู่ไม่เห็นหรือ”
“เรื่องเกี่ยวกับวัลล์ลลีขอรับ
ตอนนี้วัลล์ลลีอยู่ ณ แดนเนรมิตแห่งนี้”
“วัลล์ลลีจะเข้ามาได้ยังไง ยังไม่ครบกำหนดเลย”
“เรื่องนี้จริงขอรับ
ตามกระผมไปที่กรงขังประเดี๋ยวนี้ครับ”
อสูรเดินนำหน้าพราหมณ์โฆษกะไปที่กรงขังอย่างรวดเร็ว
พราหมณ์โฆษกะจึงเห็นวัลล์ลลีตามที่อสูรบอกไว้จริง
พราหมณ์โฆษกะจึงเดินมุ่งหน้าไปที่กรงขังจนแซงหน้าของอสูร
แล้วเห็นวัลล์ลลีร้องไห้ จึงถามขึ้นว่า
“วัลล์ลลีเจ้ากลับเข้ามาได้อย่างไร
ยังไม่ถึงกำหนดไม่ใช่หรอ ” วัลล์ลลีนิ่งเงียบไม่กล้าที่จะพูดออกมา
“ข้าถามไม่ได้ยินรึ ตอบข้ามาสิ” พราหมณ์โฆษกะตะคอกใส่วัลล์ลลี
ธีจึงพูดขึ้นว่า
“ไอ้แก่คนนี้คือใครวัลล์” ธีพูดพร้อมกับชี้หน้าพราหมณ์โฆษกะ
“แล้วเจ้ามาทำอะไรอยู่ที่นี้ทำไมไม่ไปล่าคนบนโลกมนุษย์
คัมภีร์ที่ข้าให้ไปตามคืนมาได้หรือยัง”
“ยังค่ะพระอาจารย์”
“เจ้ามั่วทำอะไรอยู่”
ธีจึงพูดสวนขึ้นอีกครั้ง
“คัมภีร์ที่ตามหาคือคัมภีร์อะไรวัลล์ ใช่คัมภีร์เล่มที่วัลล์ห้ามผมเปิดอ่านใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
เมื่อวัลล์ลลีพูดจบ
พราหมณ์โฆษกะจึงถามขึ้นอีกว่า
“แล้วเจ้ารู้จักกับไอ้มนุษย์คนนี้ได้อย่างไร บอกความจริงข้ามาเดี๋ยวนี้”
วัลล์ลลีไม่กล้าที่จะตอบไปเพราะกลัวว่าอันตรายจะเกิดกับธีรวัส
ทันใดนั้นพราหมณ์โฆษกะก็สัมผัสชายหนุ่มผู้นี้ได้ว่า เป็นผู้ที่มีบุญญาธิการมาก
ที่ตนเสาะหาบุคคลนี้มาตลอดชีวิต
เพราะทำให้พราหมณ์โฆษกะเป็นอมตะได้โดยไม่ต้องดูดพลังมนษย์ถึงพันคน
กรการ
๐๗ ตุลาคม ๒๕๖๐

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น