กรการ(นามปากกา) นวนิยาย เรื่องคัมภีร์ล่ามนุษย์หลุดโลก ตอน 9 ชีวิตที่ต้องเลือก



ชีวิตที่ต้องเลือก
พราหมณ์โฆษกะไม่สนใจว่าธีรวัสจะมีความสัมพันธ์กันกับวัลล์ลลีอย่างไร แต่พราหมณ์โฆษกะต้องการพลังจากธีรวัสเพียงเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้วัลล์ลลีหนักใจที่สุดในชีวิต พราหมณ์โฆษกะจึงให้วัลล์ลลีเลือก
วัลล์ลลีชายผู้นี้ข้าต้องได้ดูดพลังของมัน เพราะข้าจะได้เป็นอมตะ เจ้าห้ามขัดขวางข้าเด็ดขาด
ไม่ได้เจ้าค่ะ พระอาจารย์ วัลล์ลลีพนมมือกราบขอร้องพราหมณ์โฆษกะ
ธีขยับเข้ามาฝั่งของวัลล์ลลีด้วยความเป็นห่วง แล้วพูดว่า
วัลล์การดูพลังคืออะไร ธีมองหน้าวัลล์อย่างสงสัย
คุณธีฉันขอโทษเรื่องนี้ไม่น่าเกิดขึ้นกับคุณเลย ฉันเองที่เป็นคนผิดวัลล์พูดจบรีบหันมาหาพราหมณ์โฆษกะทันทีแล้วขยับไปกอดที่ขาพร้อมทั้งเขย่าแล้วพูดว่า
พระอาจารย์มนุษย์คนนี้วัลล์ขอ แล้ววัลล์จะไปล่ามนุษย์มาให้พระอาจารย์ใหม่ และให้ไวที่สุด
พราหมณ์โฆษกะถอยหลังเพื่อที่จะสลัดวัลล์ลลีออก จนทำให้เธอไปหมอบอยู่กับพื้น จากนั้นพราหมณ์โฆษกะจึงพูดออกมาแบบเด็ดขาด
วัลล์ลลีเธอเลือกเอาระหว่างคนที่เธอรักกับคนที่ชุบชีวิตเธอขึ้นมา พราหมณ์พูดพร้อมทั้งถอยหลังไปอีกแล้วหันหลังเดินจากไปในที่สุด
เมื่อวัลล์ลลีได้ยินเช่นนั้น จึงทำให้เธอต้องหนักใจอีกครั้งว่าจะเลือกชายหนุ่มที่ทำให้เธอรู้จักความรักครั้งแรก หรือคนที่สร้างเธอออกมา ถ้าเธอเลือกชายหนุ่มคงทำให้เธอเป็นคนอกตัญญูแน่แท้
ถ้าหลากปล่อยให้ชายหนุ่มถูกดูดพลังชีวิตเขาก็ต้องเปลี่ยนไป ไม่สามารถกลับไปยังโลกมนุษย์ได้และเขาจะลืมความสัมพันธ์ที่มีกับเธอทุกอย่างเหมือนดั่งคนที่ไม่รู้จักกัน
วัลล์ลลีเริ่มสับสนกับความคิดตัวเองจนเธอตัดสินใจวิ่งออกจากที่นั่น แล้วเข้าไปอยู่ในต้นไทรเพียงคนเดียว
วิหคเห็นท่าไม่ดีจึงรีบบินตามหลังวัลล์ลลีไป แล้วไปจับที่กิ่งต้นไทร พร้อมทั้งเรียกวัลล์ลลีด้วยความเป็นห่วง
วัลล์น้องไปยังไงบ้าง พี่เป็นห่วงน้องเหลือเกิน วิหคบินไปบินมารอบต้นไทร
พี่วิหควัลล์ขออยู่คนเดียวก่อนนะ ตอนนี้วัลล์คิดอะไรไม่ออกเลย วัลล์กำลังสับสน เสียงวัลล์ลลีดังออกมาจากข้างในต้นไทร
วัลล์อย่าคิดมากนะ มีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้ทันที วิหคกังวลใจเป็นอย่างมาก
จ้า พี่วิหค
เมื่อสิ้นเสียงของวัลล์ลลี วิหคได้แต่จับกิ่งต้นไทรหวังรอนายของตนจะให้ช่วยเหลืออะไร ความทุกข์ของวัลล์ลลี วิหคสามารถรับรู้ได้เพราะวิหคดูแลเธอมาตั้งแต่ยังเล็ก ความผูกพันของทั้งสองจึงแน่นแฟ้นมาก
ณ โลกมนุษย์กำลังเกิดความวุ่นวายด้วยเหตุที่ว่าธีรวัสหายไปโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ เมื่อตอนเช้าของวันใหม่จากที่วัลล์ลลีไปพักที่บ้านของธีรวัส
แม่ของธีรวัสได้ขึ้นไปปลุกลูกของตนเพราะไม่เห็นลงมารับประทานอาหารเช้า เมื่อขึ้นไปบนห้องก็ไม่เพราะใครทั้งวัลล์ลลีและธีรวัส เจอแต่หนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนเตียง แต่สภาพห้องก็ยังคงปกติ
แต่ด้วยความสงสัยว่าลูกไปไหนตั้งแต่เช้า โดยที่ไม่บอก แม่ธีจึงโทรไปหาทศพล
พล ธีได้ไปหาลูกไหม ???” แม่ธีถือโทรศัพท์พร้อมทั้งกระวนกระวายใจ
ไม่ครับ ไอ้ธีไม่ได้นัดผมไปไหน เสียงพลดังออกมาจากโทรศัพท์
แม่มีอะไรไหมครับพลถามกลับ
ธีไม่รู้หายไปไหน ไปไหนก็ไม่บอกแม่ ภาวินีมีน้ำเสียงสั่นคลอน
เดี๋ยวพรุ่งจะลองถามเพื่อนคนอื่น ๆ ให้นะครับเพื่อว่าเพื่อนรู้
ขอบใจนะลูก ได้ข่าวยังไงบอกแม่ทันทีเลยนะ
ครับแม่ แม่ธีวางสายโทรศัพท์แล้วหันมาหาสุทินสามีของเธอ
พ่อ ฉันใจคอไม่ดีเลย กลัวว่าลูกเราจะเกิดอันตราย สีหน้าเธอเกือบจะร้องไห้
คุณอย่าพึ่งคิดมากสิลูกอาจจะไปไหนสักแห่ง แต่รีบจึงไม่ได้บอกเราก็แค่นั้น คุณทำใจให้สบาย
เป็นเพราะผู้หญิงคนเมื่อวานแน่เลย ลูกเราไม่เคยนอกลูกนอกทางมาก่อน จะไปไหนทำอะไรจะบอกเราเสมอ
คุณอย่าพึ่งตัดสินคนอื่นสิ อาจจะไม่ใช่ เอางี้ถ้าคุณอยากที่จะสบายใจผมจะพาคุณไปที่วัด ไปหาหลวงตา
จริงสิคุณ หลวงตา!!! เคยเตือนเรื่องลูกของเราไว้
ทั้งสองจึงรีบไปที่วัดโดยเร็ว เมื่อถึงวัดเหมือนกับว่าพระรูปนั้นจะรู้เรื่องราวทุกอย่าง พ่อและแม่ธียังไม่ได้พูดอะไรสักอย่าง แต่พระรูปนั้น ก็พูดออกมาว่า
ลูกเจ้าทั้งสองจะปลอดภัย ด้วยบุญบารมีของเจ้าธีจะหลุดพ้นจากอันตรายทั้งปวง พ่อและแม่ธีจึงมองหน้ากันเพราะสงสัยว่าท่านรู้ได้อย่างไร
แต่ถ้ามีบุญบารมีของพ่อช่วยค้ำจุนก็จะดียิ่ง ๆ ขึ้นไป พระรูปนั้นพูดขึ้น
แล้วต้องทำอย่างไรเจ้าค่ะแต่ก่อนแม่ของธีจะไม่ค่อยเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้จึงทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้
เจ้าทั้งสองต้องทำบวชชีพราหมณ์เป็นเวลาเจ็ดวัน ผลบุญจะสามารถช่วยลูกเจ้าให้รอดพ้นจากอันตรายได้
เมื่อทั้งสองได้ยินเช่นนั้นจึงเข้ามาบวชชีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ด้วยผลบุญที่พ่อแม่ส่งให้ลูกจึงทำให้พราหมณ์โฆษกะเกิดอาการร้อนรนอยู่ไม่เป็นสุข เพราะคิดอยากที่จะเอาพลังชีวิตจากธีรวัส
ณ แดนเนรมิต
พราหมณ์โฆษกะไม่มีสติในการนั่งสมาธิจิตใจกระวนกระวายอยู่ตลอดเวลา เมื่อนึกถึงธีรวัสชายผู้ที่มีบุญญาธิการ เพราะชีวิตของธีรวัสสามารถทำให้พราหมณ์โฆษกะเป็นอมตะ
อสูร อสูร เจ้าอสูร เสียงของพราหมณ์โฆษกะตะโกนออกมาจากอาศรม แต่ไม่มีเสียงของอสูรตอบกลับแต่อย่างใด
พราหมณ์โฆษกะจึงเดินออกมาจากอาศรมด้วยความโมโหว่าอสูรไม่มาทำหน้าที่ของตน
พราหมณ์โฆษกะจึงเดินตรงไปที่กรงขัง และเห็นอสูรยืนอยู่หน้ากรงขังนั้น พราหมณ์โฆษกะจึงเรียกอสูร
เจ้ามาทำอะไรอยู่นี้พราหมณ์โฆษกะ ใช้น้ำเสียงที่เข้มจนอสูรรีบวิ่งเข้าหาทันที
กระผมมาเฝ้าไอ้มนุษย์คนนี้ครับ
จะเฝ้ามันทำไม ยังไงมันก็ไม่สามารถออกไปจากแดนเนรมิตแห่งนี้ได้ พราหมณ์โฆษกะพูดพร้อมทั้งมองซ้ายมองขวา
จากนั้นพราหมณ์โฆษกะจึงสังเกตได้ว่าวัลล์ลลีหายไปไหน พราหมณ์โฆษกะได้ถามกลับอสูร
วัลล์ลลีหายไปไหนอสูร
วัลล์ลลีอยู่ในต้นไทรขอรับ
ธีรวัสได้แต่มองพราหมณ์โฆษกะและอสูร แต่ด้วยความสงสัยจึงพูดขึ้นว่า
ท่านจะเอาพลังชีวิตของเราไปทำไมกัน ธีมีความโมโหจึงพูดออกไป
ก็ความเป็นอมตะของข้าไงพราหมณ์โฆษกะหัวเราะออกมาอย่างสุดเสียง
ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า ฮ่า ข้าจะเป็นอมตะแล้ว และจะไม่มีใครที่มาทำให้ฆ่าตายได้
ด้วยเหตุนี้ข้าต้องเอาพลังชีวิตเจ้าให้ได้ ในคืนวันพรุ่งนี้
ฝันไปเถอะไอ้พราหมณ์แก่ เห็นแก่ตัว
ไอ้มนุษย์คนนี้มันช่างจองหองจริง ๆ อยากตายหรือยังไงพราหมณ์พูดพร้อมทั้งชี้หน้าธีอย่างโมโห
จากนั้นเสียงวัลล์ลลีจึงดังมาแต่ไกล
ไม่ได้เจ้าค่ะพระอาจารย์ วัลล์ลลีวิ่งตรงเข้ามา
วัลล์ลลีเจ้าไม่ต้องยุ่ง มันหมดหน้าที่เจ้าแล้ว
เขาคือชายที่วัลล์รัก วัลล์จะปล่อยให้เขาเอาชีวิตมาแลกแบบนี้ไม่ได้ วัลล์ใช้มือทั้งสองข้างกางออกกันบังธีไว้
วัลล์ลลี !!!!!! ”พราหมณ์โฆษกะตะคอกใส่วัลล์อยากแรงพร้อมทั้งกำมือทั้งสองข้างด้วยความโมโห
เพียงแค่ผู้ชายคนเดียว ทำให้เจ้าเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวรึ
พระอาจารย์ชายผู้นี้วัลล์ขอ จะให้วัลล์ทำอะไรก็ได้ยอมทุกอย่าง แค่ปล่อยเขาไปเถอะ
ไม่ได้ !!!!” พราหมณ์โฆษกะยังคงยืนยันคำเดิม
วัลล์ลลีแสดงออกให้เห็นชัดเจนว่าเธอเลือกที่จะช่วยธีรวัส จึงทำให้พราหมณ์รู้สึกโกรธอย่างมาก และเป็นการท้าทายอำนาจเขาเหลือเกิน ยิ่งเป็นเช่นนี้พราหมณ์โฆษณะก็ยืนยันว่าจะเอาพลังชีวิตของธีรวัสผู้เดียว เพื่อให้ตนเป็นอมตะ 


                                                                                กรการ
                                                                                 ๐๗ ตุลาคม ๒๕๖๐



ความคิดเห็น